สาระน่ารู้

คู่มือการเทรด Gold Spot ฉบับมืออาชีพ บอกครบทุกขั้นตอน

22 กุมภาพันธ์ 2569|23:11 น.

Key takeaways:

การเทรด Gold Spot เป็นเครื่องมือการลงทุนสำหรับผู้ที่ต้องการเก็งกำไรจากส่วนต่างราคาทองคำโลกแบบ Real-time โดยจุดเด่นอยู่ที่สภาพคล่องสูงและความยืดหยุ่นที่ไม่ต้องกังวลเรื่องภาระการเก็บรักษาทองคำแท่งเหมือนในอดีต แต่สิ่งสำคัญคือผู้ลงทุนต้องเข้าใจปัจจัยขับเคลื่อนราคาหลัก ๆ อย่างทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินดอลลาร์ ควบคู่ไปกับการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและวางระบบบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน เพื่อให้การลงทุนในตลาดทองคำสากลสร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “ราคาทองคำโลก” ขยับทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง จากทั้งความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อที่สูง และความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ ทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ป้องกันความเสี่ยงกันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยหนึ่งในรูปแบบการเก็งกำไรที่ได้รับความนิยมคือ “การเทรด Gold Spot” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักลงทุนใช้เงินทุนไม่สูงมาก แต่สามารถเข้าถึงราคาทองคำโลกแบบ Real-time และทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้นถึงกลางได้ค่อนข้างยืดหยุ่น บทความนี้จะพาไปรู้จัก Gold Spot คืออะไร เล่นยังไง  ปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคา พร้อมอธิบายทีละขั้นตอนสำหรับมือใหม่ที่อยากเริ่มเทรด Gold Spot 

Table of Contents

Gold Spot คืออะไร ?

Gold Spot คือ “ราคาทองคำในตลาดโลก ณ ขณะปัจจุบัน” ที่มีการส่งมอบและชำระเงินกันแทบจะทันที (โดยปกติคือ T+2 หรือ 2 วันทำการในตลาดสากล แต่ในทางปฏิบัติของการเทรดออนไลน์คือทันทีหลังตกลงซื้อขาย) เป็นราคาที่เกิดจากการซื้อขายจริงระหว่างผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดทองคำสากล เช่น ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ, ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่, กองทุนทองคำ และผู้ค้าทองคำรายใหญ่ทั่วโลก

มาตรฐานของราคา Gold Spot จะถูกอ้างอิงเป็นสกุลเงิน ดอลลาร์สหรัฐต่อ 1 ทรอยออนซ์ (USD/oz) ซึ่งเป็นหน่วยวัดสากล ต่างจากประเทศไทยที่คุ้นเคยกับหน่วย “บาท” (1 บาททองคำ ประมาณ 15.244 กรัม) ดังนั้น ราคา Gold Spot จึงเป็น “ราคาตั้งต้น” หรือ Benchmark ที่ร้านทองและสมาคมค้าทองคำทั่วโลกนำไปคำนวณร่วมกับค่าเงินของประเทศตนเองเพื่อกำหนดราคาขายในประเทศ

H3: ลักษณะสำคัญของการซื้อขายแบบ Spot

  • Real-time Movement : ราคาเคลื่อนไหวตลอดเวลา 24 ชั่วโมง (จันทร์-ศุกร์) ตามตลาดการเงินโลก ตั้งแต่ตลาดเอเชียเปิด ตลาดยุโรป จนถึงตลาดอเมริกา
  • High Liquidity : มีสภาพคล่องสูงมาก ทำให้สามารถซื้อและขายทำกำไรได้ทันทีโดยไม่ต้องรอคนมารับซื้อนาน
  • OTC Market : เป็นการซื้อขายแบบ Over-the-Counter หรือการตกลงราคากันโดยตรงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ได้ผ่านตลาดกลางแห่งเดียวเหมือนตลาดหุ้น

Gold Spot ต่างจาก Gold Futures หรือการซื้อทองคำแท่งอย่างไร ?

ความสับสนมักเกิดขึ้นเมื่อนักลงทุนต้องเลือกว่าจะลงทุนทองคำรูปแบบไหนดี เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เราสามารถสรุปความแตกต่างได้ดังนี้

  1. เปรียบเทียบกับทองคำแท่ง 
    • การซื้อทองคำแท่งคือการถือครองสินทรัพย์จริง ข้อดีคือมีความมั่นคงสูง แต่ข้อจำกัดคือต้องมีสถานที่เก็บรักษาที่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการสูญหาย และมีต้นทุนค่ากำเหน็จหรือค่าบล็อก ที่สำคัญราคาไม่ได้ขยับรวดเร็วเท่าหน้าจอเทรด
    • การเทรด Gold Spot ไม่ต้องกังวลเรื่องการขนส่งหรือการเก็บรักษา เพราะเป็นการถือครองสถานะทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือในบางแพลตฟอร์มคือการซื้อทองจริงแต่ฝากไว้ในระบบ ทำให้การซื้อขายคล่องตัวกว่ามาก
  2. เปรียบเทียบกับ Gold Futures 
    • Gold Futures คือ “สัญญา” ซื้อขายล่วงหน้าที่มี “วันหมดอายุ” (Expiration Date) หากถือจนหมดสัญญาต้องมีการส่งมอบหรือปิดสถานะเพื่อเปลี่ยนซีรีส์สัญญาใหม่ซึ่งมีความซับซ้อน
    • การเทรด Gold Spot ไม่มีวันหมดอายุสัญญา ตราบใดที่ยังมีเงินทุนในพอร์ตเพียงพอ ก็สามารถถือครองสถานะไปได้เรื่อย ๆ (แต่อาจมีค่าธรรมเนียมการถือข้ามคืน หรือ Swap ในบางแพลตฟอร์ม)

สรุปแบบเข้าใจง่าย ๆ Gold Spot จะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Futures กับการซื้อทองแท่งจริง ดังนั้น Gold Spot จึงมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างจาก 2 แนวทางการลงทุนข้างต้น กล่าวคือยังอิงราคาทองคำโลกโดยตรงแบบ Real-time สะท้อนมูลค่า ณ ปัจจุบันที่สุด แต่ให้ความยืดหยุ่นในการเก็งกำไร ซื้อมาขายไปได้เร็ว และตัดปัญหาภาระการเก็บรักษาทองคำแท่งออกไป

อะไรคือปัจจัยที่ขับเคลื่อนราคาทองคำ Gold Spot ?

การเทรด Gold Spot ไม่ใช่การเดาสุ่ม แต่คือการวิเคราะห์ปัจจัยมหภาค (Macroeconomics) ที่กระทบต่อมูลค่าของทองคำ โดยปัจจัยหลักมีดังนี้

1. นโยบายการเงินของธนาคารกลาง (โดยเฉพาะ Fed)

ราคาทองคำมักแปรผกผันกับอัตราดอกเบี้ย เมื่อธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะสูงขึ้น ทำให้ทองคำ (ซึ่งไม่มีดอกเบี้ยปันผล) มีความน่าสนใจน้อยลง ในทางกลับกัน หาก Fed ลดดอกเบี้ย ทองคำจะกลับมาเป็นที่ต้องการทันที

2. ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (USD)

เนื่องจาก Gold Spot มีราคาเป็น USD ดังนั้นเมื่อค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น (Dollar Index พุ่งสูง) ราคาทองคำมักจะปรับตัวลดลง (เพราะคนถือสกุลเงินอื่นต้องใช้เงินมากขึ้นในการซื้อทองเท่าเดิม) และเมื่อดอลลาร์อ่อนค่า ทองคำมักจะปรับตัวขึ้น

3. เงินเฟ้อและความคาดหวังเงินเฟ้อ

ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันเงินเฟ้อ ในภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นและมูลค่าเงินสดลดลง นักลงทุนมักโยกเงินมาเก็บในทองคำเพื่อรักษามูลค่าความมั่งคั่ง

4. ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ–การเมือง 

ในยามสงคราม วิกฤตโรคระบาด หรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ทองคำจะทำหน้าที่เป็น Safe Haven ที่พักเงินที่ปลอดภัยที่สุด ราคา Gold Spot มักจะพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อเกิด Panic ในตลาด

5. ดีมานด์–ซัพพลายจากธนาคารกลางและกองทุน ETF

การที่ธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ (เช่น จีน รัสเซีย อินเดีย) เข้าซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ หรือการเคลื่อนไหวของกองทุนทองคำขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง SPDR Gold Trust มีผลต่อจิตวิทยาและทิศทางราคาในระยะยาว

การเทรด Gold Spot ทำงานอย่างไร ?

ในปัจจุบัน การเข้าถึงราคา Gold Spot ทำได้ง่ายขึ้นมากผ่านเทคโนโลยี โดยแบ่งรูปแบบการเทรดหลัก ๆ เป็น 2 ประเภท ดังนี้

  1. เทรดผ่านแพลตฟอร์ม Global Markets (เช่น XAUUSD) : มักทำผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ หรือโบรกเกอร์ที่ให้บริการสัญญา CFD (Contract for Difference) การเทรด Gold Spot แบบนี้ใช้เงินวางหลักประกัน (Margin) และมีอัตราทด (Leverage) เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ใช้เงินน้อยแต่เก็งกำไรบนมูลค่าที่สูงได้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงมากที่จะสูญเสียเงินต้นทั้งหมดเช่นกันหากราคาผิดทาง

เทรดผ่านบริการออนไลน์ที่อ้างอิงราคา Spot 100% (Real Gold Trading) : บริการจากผู้ค้าทองคำชั้นนำในประเทศที่พัฒนาระบบให้ลูกค้าซื้อขายทองคำแท่งผ่านแอปพลิเคชัน โดยราคาจะวิ่งตาม Gold Spot แบบ Real-time (แปลงเป็นสกุลเงินบาท หรือซื้อขายเป็นสกุล USD โดยตรง) รูปแบบนี้มีความปลอดภัยสูงกว่า เพราะเป็นการซื้อขายทองคำจริง ๆ ผ่านระบบ เพียงแต่ตัดขั้นตอนการไปหน้าร้านออกไป และสามารถรอจังหวะราคาที่ดีที่สุดได้ตลอดเวลาทำการของตลาดโลก

การเทรด Gold Spot สามารถทำได้ผ่านแพลตฟอร์มเทรดออนไลน์

สอนทีละขั้นตอน มือใหม่เริ่มเทรด Gold Spot ยังไงดี ?

สำหรับผู้ที่สนใจก้าวเข้าสู่ตลาดการเทรด Gold Spot เพื่อสร้างโอกาสทำกำไร สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง โดยทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ 

ขั้นที่ 1 : ทำความเข้าใจสินค้าและความเสี่ยงให้ชัดก่อน

ก่อนเริ่มลงทุน ต้องตอบให้ได้ว่า Gold Spot 1 ออนซ์ราคาเท่าไร ปัจจัยอะไรทำให้ราคาวิ่งขึ้นหรือลง และยอมรับได้หรือไม่ว่าราคาอาจมีความผันผวนรุนแรงในบางช่วงเวลา การมีความรู้พื้นฐานที่แน่นพอคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ขั้นที่ 2 : เลือกผู้ให้บริการ/แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ

ความปลอดภัยของเงินทุนสำคัญที่สุด ควรเลือกเทรดกับผู้ให้บริการที่มีตัวตนชัดเจน มีประวัติยาวนาน และมีความน่าเชื่อถือในระดับประเทศ (เช่น ร้านทองชั้นนำที่มีระบบเทรดออนไลน์มาตรฐาน) หลีกเลี่ยงแพลตฟอร์มที่ไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล เพราะหากเกิดปัญหาอาจไม่สามารถเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ได้

ขั้นที่ 3 : วางแผนเงินทุนและการใช้ Leverage

หากทำการเทรด Gold Spot ในระบบที่มี Leverage (อัตราทด) ต้องระวังอย่างยิ่ง มือใหม่ไม่ควรใช้ Leverage สูงเกินไป แต่หากเทรดผ่านแอปพลิเคชันซื้อขายทองคำออนไลน์ทั่วไป (ซื้อเต็มจำนวน 1:1) ควรกำหนดสัดส่วนเงินลงทุน (Asset Allocation) ว่าจะแบ่งเงินมาลงทุนในทองคำกี่เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต (แนะนำ 5-15% เพื่อกระจายความเสี่ยง)

ขั้นที่ 4 : เลือกกลยุทธ์การเทรดให้ชัด

  • Day Trader : ซื้อขายจบในวัน กินกำไรส่วนต่างระยะสั้น ๆ เน้นความไว
  • Swing Trader : ถือครองระยะกลาง (สัปดาห์/เดือน) รอรอบใหญ่
  • Investor : เน้นสะสมระยะยาว ซื้อเมื่อราคาย่อตัวหนัก ๆ (Buy the Dip)

ขั้นที่ 5 : ผสมผสาน Fundamental + Technical

  • Fundamental Analysis : ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ เช่น ตัวเลขจ้างงาน (Non-Farm Payrolls), อัตราเงินเฟ้อ (CPI) และถ้อยแถลงของประธาน Fed
  • Technical Analysis : ศึกษาการดูแนวรับ-แนวต้าน (Support & Resistance), รูปแบบกราฟ (Chart Patterns) และอินดิเคเตอร์พื้นฐาน เช่น RSI หรือ MACD เพื่อหาจุดเข้าซื้อที่ได้เปรียบ

ขั้นที่ 6 : วางระบบบริหารความเสี่ยง 

กฎเหล็กของการเทรด Gold Spot  คือ “รักษาเงินต้น” และวางเป้าหมายเป็นการสร้างกำไรในระยะยาว

  • ต้องรู้จุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เสมอหากราคาผิดทาง
  • ไม่ควรทุ่มเงินทั้งหมดลงในการซื้อครั้งเดียว (All-in)
  • ควรใช้กลยุทธ์ DCA (Dollar Cost Average) หรือแบ่งไม้ซื้อ เพื่อเฉลี่ยต้นทุนในกรณีที่ราคาผันผวน

เริ่มต้นเทรด Gold Spot อย่างสะดวกเพียงปลายนิ้ว เพียงดาวน์โหลดแอป GOLD NOW

การเทรด Gold Spot ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากซับซ้อนอีกต่อไปเพียงหยิบมือถือขึ้นมา คุณก็สามารถซื้อ–ขายทองคำตามราคา Spot รวมถึงโกลด์ฟิวเจอร์ได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่าน GOLD NOW แอปเทรดทองจากฮั่วเซ่งเฮง ที่ให้คุณซื้อ–ขายทองคำแท่งได้ตั้งแต่ 5 บาททองคำ อัปเดตราคา Real-time พร้อมฟีเจอร์ “ตั้งรอราคา” ช่วยจับจังหวะเข้า–ออกตลาดได้ตรงใจ ไม่ต้องวางหลักประกัน สมัครผ่านแอปได้ทันที ลงทุนทองคำให้ลื่นไหลเหมือนจังหวะของตลาด คลิกโหลดเลย

 ดาวน์โหลดแอป GOLD NOW ได้ทั้ง iOS และ Android

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02 112 2222 ตลอดเวลาทำการ ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-24.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30 น.

ข้อมูลอ้างอิง

  1. What is gold trading?. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 จาก https://www.forex.com/en-au/gold-silver-trading/how-to-trade-gold/
  2. How To Trade Gold in 4 Steps. สืบค้นเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 จาก https://www.investopedia.com/articles/investing/100915/learn-how-trade-gold-4-steps.asp

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเทรด Gold Spot (FAQs)

Q: เริ่มต้นเทรด Gold Spot ต้องใช้เงินทุนเท่าไร จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ไหม ?

 A: การเทรด Gold Spot ผ่านระบบออนไลน์มักใช้เงินเริ่มต้นน้อยกว่าการซื้อทองคำแท่งหน้าร้าน เนื่องจากหลายแพลตฟอร์มอนุญาตให้ซื้อขายในหน่วยย่อยได้ (เช่น 0.01 ออนซ์ หรือ 0.10 บาททองคำ) ทำให้ผู้ที่มีงบประมาณหลักพันหรือหลักหมื่นต้น ๆ ก็สามารถเริ่มลงทุนในราคาทองคำตลาดโลกได้ทันที

Q: การเทรด Gold Spot ต่างจาก Gold Online Futures ในตลาด TFEX อย่างไร ? 

A: แม้ทั้งคู่จะอิงราคาตลาดโลกเหมือนกัน แต่จุดต่างสำคัญคือ Gold Spot “ไม่มีวันหมดอายุสัญญา” สามารถถือครองไปได้เรื่อย ๆ ตราบเท่าที่พอใจ ในขณะที่ Gold Online Futures เป็นสัญญาที่มีวันหมดอายุ หากถือจนหมดสัญญาต้องทำการปิดสถานะหรือเปิดสัญญาใหม่ นอกจากนี้ Gold Spot มักมีสภาพคล่องสูงกว่าและซื้อขายได้ต่อเนื่อง 24 ชม. โดยไม่มีช่วงพักเบรก

Q: ค่า Spread ในการเทรด Gold Spot คืออะไร และสำคัญต่อนักลงทุนอย่างไร ? 

A: Spread (สเปรด) คือส่วนต่างระหว่าง “ราคาซื้อ” และ “ราคาขาย” (Bid-Ask Price) ซึ่งเปรียบเสมือนต้นทุนในการเทรด ยิ่งค่า Spread ต่ำ หรือส่วนต่างราคาทั้งสองฝั่งแคบ ยิ่งเป็นผลดีต่อนักลงทุน เพราะจะทำให้คืนทุนไวและทำกำไรได้ง่ายขึ้นเมื่อราคาทองขยับเพียงเล็กน้อย

Q: การเทรด Gold Spot จำเป็นต้องแลกเงินเป็นดอลลาร์ (USD) ก่อนหรือไม่ ? 

A: ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ปัจจุบันมีทั้งระบบที่แปลงค่าเงินบาทเป็นราคา Spot ให้โดยอัตโนมัติเพื่อความสะดวก และระบบที่ให้เปิดบัญชีเป็นสกุลเงินดอลลาร์ (FCD) เพื่อเทรดด้วยสกุล USD โดยตรง ซึ่งแบบหลังจะมีข้อดีคือช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาท แต่อาจมีขั้นตอนการแลกเปลี่ยนเงินตราเพิ่มเข้ามา

Q: การเทรด Gold Spot มีความเสี่ยงเรื่องอัตราแลกเปลี่ยน (ค่าเงินบาท) หรือไม่ ? 

A: มีผลโดยตรง หากเทรดโดยแปลงเป็นเงินบาท ถ้าราคาทองโลก (Spot) ขึ้น แต่เงินบาท “แข็งค่า” ขึ้นอย่างรวดเร็ว ราคาทองในไทยอาจจะไม่ขึ้นตาม หรือขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ในทางกลับกัน ถ้าเงินบาท “อ่อนค่า” จะช่วยส่งเสริมให้ราคาทองในประเทศสูงขึ้น ดังนั้นนักลงทุน Gold Spot ต้องติดตามทิศทางค่าเงินบาทควบคู่กับราคาทองคำเสมอ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
ธนาคาร เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับผู้ที่ต้องการหาคำตอบว่าเก็บทองที่ไหนปลอดภัยที่สุด

เก็บทองยังไงให้ปลอดภัย ? รวมวิธีดูแลทองคำให้มั่นใจทุกการสะสม

23:44 น.

 
ผู้ชายกำลังวางแผนการเงิน เลือกลงทุนอะไรดีให้กำไรงอกเงย

5 สินทรัพย์ที่คนอยากเริ่มลงทุนนิยมเลือก !

23:20 น.

 
ผู้หญิงซื้อทองออนไลน์ กำลังตั้งคำถามว่า ซื้อทองเก็บไว้ดีไหม ?

ซื้อทองเก็บไว้ดีไหม ทำไมทองคำถึงเป็น Safe Haven ?

22:55 น.

 
จี้ปี่เซียะทองแท้ เสริมมงคลโชคลาภและการเงินให้มั่งคั่ง

ของมงคลเสริมดวงสำหรับปี 2026 ทองคำยังคงนำพลังมั่งคั่ง !

14:02 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า