Key takeaways:
สำหรับการเลือกสินทรัพย์ว่าจะลงทุนอะไรดีในปี 2569 นี้ นักลงทุนควรให้น้ำหนักกับการจัดสรรสินทรัพย์ (Asset Allocation) ระหว่าง หุ้น กองทุนรวม ทองคำ ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะ “ทองคำ” ที่เป็น Safe Haven สำคัญในการรักษาอำนาจซื้อและชนะเงินเฟ้อ สำหรับผู้ที่อยากเริ่มลงทุน การเลือกลงทุนทองออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน GOLD NOW ของฮั่วเซ่งเฮง ถือเป็นวิธีที่สะดวกและปลอดภัยที่สุด เพราะมีระบบช่วยให้การลงทุนและออมทองเพื่อเก็งกำไรกลายเป็นเรื่องง่าย ทำได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมรับทองจริงได้เมื่อต้องการ
ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อที่ไม่แน่นอน การปล่อยให้เงินนอนอยู่เฉย ๆ ในบัญชีออมทรัพย์อาจไม่ใช่ทางเลือกที่สร้างกำไรอีกต่อไป สำหรับผู้ที่อยากเริ่มลงทุนเพื่อให้เงินงอกเงยและแซงหน้าเงินเฟ้อ การทำความเข้าใจประเภทของสินทรัพย์แต่ละชนิดถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้คุณเลือกลงทุนได้อย่างคุ้มค่าในอนาคต
บทความนี้รวบรวม 5 สินทรัพย์ยอดนิยมที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทน ที่คุณสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจ ว่าควรเลือกแนวทางใดให้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงิน
5 สินทรัพย์ยอดฮิต ลงทุนอย่างไรให้ได้กำไร ?
1. หุ้น (Stocks/Equity)
การซื้อหุ้น คือ การก้าวเข้าไปมีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของกิจการ โดยทั่วไปจะแบ่งเป็น หุ้นเติบโต (Growth Stocks) ที่มุ่งเน้นผลกำไรจากส่วนต่างของราคา และหุ้นปันผล (Dividend Stocks) ที่เน้นการสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ
- จุดเด่น : มีโอกาสสร้างผลตอบแทนสูงสุดในระยะยาวจากราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น (Capital Gain) และเงินปันผล แต่มีความผันผวนตามสภาวะเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัท
- กลยุทธ์ทำกำไร : เน้นลงทุนในธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ของโลก เช่น กลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) พลังงานสะอาด หรือกลุ่มสุขภาพ (Healthcare) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
2. กองทุนรวม (Mutual Funds)
เครื่องมือทางการเงินที่รวบรวมเงินจากนักลงทุนรายย่อยไปบริหารจัดการโดยมืออาชีพ หากคุณเป็นนักลงทุนหน้าใหม่ที่อยากเริ่มลงทุน แต่ไม่มีเวลาติดตามกราฟหรือวิเคราะห์งบการเงินเชิงลึก กองทุนรวมคือคำตอบที่น่าสนใจ
- จุดเด่น : มีผู้จัดการกองทุนคอยปรับพอร์ตการลงทุนตามสถานการณ์ตลาด ช่วยกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนในสินทรัพย์หลายชนิดพร้อมกัน
- กลยุทธ์ทำกำไร : พิจารณากองทุนที่ลงทุนในตลาดต่างประเทศที่มีศักยภาพสูง เช่น ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ (S&P 500) หรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นที่ได้รับประโยชน์ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูง เพื่อรักษาเสถียรภาพของพอร์ตการลงทุน
3. ทองคำ (Gold)
สินทรัพย์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับในฐานะ “Safe Haven” หรือสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งมักจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในช่วงที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สงคราม หรือสภาวะเงินเฟ้อรุนแรง หลายคนมักตั้งคำถามว่าลงทุนทองดีไหม คำตอบคือทองคำเป็นเครื่องมือชั้นดีในการรักษาอำนาจการซื้อขายของเงินได้ในระยะยาว
- จุดเด่น : มีสภาพคล่องสูงและมีความสัมพันธ์ผกผันกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ เมื่อค่าเงินอ่อนค่าหรือเกิดความไม่แน่นอนทางการเมือง ราคาทองคำมักจะพุ่งสูงขึ้น
- กลยุทธ์ทำกำไร : เข้าซื้อทองเก็งกำไรในช่วงที่เศรษฐกิจมีความเสี่ยง หรือเมื่อธนาคารกลางเริ่มมีนโยบายปรับลดอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ควรแบ่งสัดส่วนทองคำไว้ประมาณ 5-10% ของพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยงโดยรวม
4. ตราสารหนี้ (Fixed Income)
การลงทุนในฐานะ “เจ้าหนี้” ไม่ว่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลหรือหุ้นกู้เอกชน ถือเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยสร้างสมดุลให้กับพอร์ตการลงทุน
- จุดเด่น : มีความเสี่ยงต่ำกว่าหุ้น ได้รับผลตอบแทนสม่ำเสมอในรูปแบบของดอกเบี้ยตามระยะเวลาที่กำหนดชัดเจน
- กลยุทธ์ทำกำไร : ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยถึงจุดสูงสุด การล็อกผลตอบแทนด้วยการลงทุนในพันธบัตรระยะยาวจะช่วยให้ได้รับกระแสเงินสดแบบคงที่ แม้ในอนาคตดอกเบี้ยในตลาดจะปรับตัวลดลงก็ตาม
5. สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Assets)
กลุ่มสินทรัพย์เกิดใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน เช่น Bitcoin และ Ethereum นับเป็นเทรนด์ที่หลาย ๆ คนให้ความสนใจ และกำลังได้รับการยอมรับจากสถาบันการเงินระดับโลกมากขึ้น ตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจำนวนมากและสามารถรับความเสี่ยงได้ในระดับสูง
- จุดเด่น : มีความผันผวนของราคาสูงมาก สามารถสร้างผลตอบแทนมหาศาลได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้นได้รวดเร็วเช่นกัน
- กลยุทธ์ทำกำไร : จำกัดสัดส่วนการลงทุนให้อยู่ในระดับที่ยอมรับการขาดทุนได้ เน้นการลงทุนในเหรียญหลักที่มีพื้นฐานแข็งแกร่ง และมีกรณีการใช้งานจริงในระดับอุตสาหกรรม
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกว่าจะลงทุนอะไรดี ?
ก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินไปวางไว้ในสินทรัพย์ใดก็ตาม นักลงทุนจำเป็นต้องประเมินองค์ประกอบสำคัญดังนี้
- ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) : นักลงทุนแต่ละรายมีภูมิต้านทานต่อความผันผวนไม่เท่ากัน หากไม่สามารถยอมรับการลดลงของเงินต้นได้เลย ควรเน้นลงทุนในตราสารหนี้หรือทองคำมากกว่าหุ้น
- ระยะเวลาการลงทุน (Investment Horizon) : หากต้องการใช้เงินในอีก 1-2 ปี การลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอาจมีความเสี่ยงเกินไป แต่หากลงทุนได้นานกว่า 5-10 ปี สินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นได้ดีกว่า
- สภาพคล่อง (Liquidity) : สินทรัพย์บางชนิด เช่น อสังหาริมทรัพย์ อาจใช้เวลานานในการเปลี่ยนเป็นเงินสด ในขณะที่ทองคำหรือหุ้นสามารถขายและรับเงินได้ภายในไม่กี่วัน
สรุปภาพรวม ! ทำไมทองคำจึงเป็นสินทรัพย์ที่น่าลงทุนมากที่สุด ?
แม้การลงทุนทั้ง 5 รูปแบบจะมีข้อดีต่างกัน แต่ ทองคำ คือสินทรัพย์เดียวที่ไม่มีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้และมีมูลค่าในตัวเองอย่างแท้จริง อีกทั้งในยามที่ตลาดหุ้นผันผวนหรือระบบเศรษฐกิจเกิดวิกฤต ทองคำจะทำหน้าที่ “ประกันความเสี่ยง” ที่ช่วยพยุงพอร์ตไม่ให้เสียหายหนัก การมีทองคำติดพอร์ตไว้จึงไม่ใช่เพียงการออมทองเพื่อเก็งกำไร แต่คือการสร้างฐานรากที่มั่นคงให้เงินทุนปลอดภัยในทุกวัฏจักรเศรษฐกิจ
ลงทุนทองอุ่นใจ บริการลงทุนทองออนไลน์ GOLD NOW กับฮั่วเซ่งเฮง
ในบรรดา 5 สินทรัพย์ที่กล่าวมา ทองคำ คือทางเลือกที่โดดเด่นในการป้องกันความเสี่ยงและสร้างกำไรจากความผันผวนของตลาดโลก แต่การออมทองเพื่อเก็งกำไร ไม่จำเป็นต้องยุ่งยากอีกต่อไป เปลี่ยนประสบการณ์การ ซื้อทอง 96.5% และการลงทุนทองออนไลน์ให้ลื่นไหลด้วย GOLD NOW แอปซื้อขายทองคำจากฮั่วเซ่งเฮง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02 112 2222 ตลอดเวลาทำการ ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-24.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30 น.
ข้อมูลอ้างอิง
- Gold as Inflation Hedge: Historical Performance and Future Outlook. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 จาก https://discoveryalert.com.au/gold-performance-inflation-2025/
- This Simple Metric Could Predict Future Stock Market Returns. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2569 จาก https://global.morningstar.com/en-ca/markets/this-simple-metric-could-predict-future-stock-market-returns
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการลงทุนทองออนไลน์ (FAQs)
Q : การลงทุนทองออนไลน์ปลอดภัยกว่าการเก็บทองคำแท่งไว้ที่บ้านอย่างไร ?
A : การลงทุนผ่านระบบออนไลน์ช่วยลดความเสี่ยงเรื่องการสูญหายหรือการถูกโจรกรรม และยังเพิ่มสภาพคล่องให้สามารถซื้อขายได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงตามราคาตลาดโลก โดยไม่ต้องแบกทองไปที่หน้าร้าน
Q : เริ่มต้นออมทองออนไลน์ต้องใช้เงินทุนขั้นต่ำเท่าไหร่ ?
A : ปัจจุบันการลงทุนผ่านแอปพลิเคชันอย่าง GOLD NOW มีฟีเจอร์ “ออม NOW” ที่เปิดโอกาสให้เริ่มต้นด้วยงบประมาณเพียงหลักพันบาท ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงทองคำแท่งมาตรฐานได้ง่ายขึ้น
Q : การซื้อทองผ่านระบบออนไลน์สามารถรับเป็นทองคำจริงได้หรือไม่ ?
A : นักลงทุนสามารถเลือกเก็บเป็นพอร์ตดิจิทัลเพื่อเก็งกำไร หรือหากสะสมครบตามน้ำหนักที่กำหนด ก็สามารถทำเรื่องขอรับทองคำแท่งจริงได้ที่สาขาของฮั่วเซ่งเฮงตามขั้นตอนที่ระบุในแอปพลิเคชัน









