แนวโน้มราคาทอง
ปรับตัวขึ้น
- ทอง +$130.0 จากดอลลาร์ / น้ำมันร่วง หลังทรัมป์
ชะลอโจมตีอิหร่านและความพ่ายแพ้ของรีพับลิกัน
Gold spot
สูงสุด – 4,070 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,919 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,400 บาท
ต่ำสุด – 62,800 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงทยอยอ่อนค่าต่อเนิ่ง อีกทั้งราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 หลังจากปธน.ทรัมป์ ได้ระบุว่า ยังไม่มีความจำเป็นหรือแผนที่จะเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ในทันที เนื่องจากการส่งออกพลังงานผ่านการคุ้มกันทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซยังดำเนินต่อไปได้ ในขณะที่ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาทำให้นักลงทุนคาดว่า การก่อหนี้สาธารณะและมาตรการการคลังของรัฐบาลจะเผชิญข้อจำกัดการอนุมัติจากสภาอย่างเข้มงวดจนมีความเสี่ยงเกิดภาวะ Government shutdown ได้ในอนาคต นอกจากนี้ การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกประจำ Q3/2026 พุ่งแตะ 321.2 ตัน +42% เทียบปีต่อปี จาก 226.3 ตันใน Q3/2025 และยอดซื้อสะสม 9 เดือนแรก (YTD) สูงถึง 675 ตัน (+6% เทียบปีต่อปี) ซึ่งเป็นการแสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งของธนาคารกลางทั่วโลก อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ได้มีการเผยการจ้างงานภาคเอกชน (ADP – Non Farm) ออกมามากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งอาจบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ เป็นลบกับทองคำ ด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 2.85 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.00 น. เผยการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และเวลา 20.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวขึ้นยืนเหนือแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ โดยกราฟราย 4 ชั่วโมง ได้เผยถึงแรงซื้อที่สูงเกินไป (Overbought) จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการปรับตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านที่ 4,144 ดอลลาร์ ก่อนจะมีการเลือกทิศทางที่ชัดเจนในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,030 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways ในภาพใหญ่อีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,050 และ 4,030 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,144 และ 4,175 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร ตามแนวต้านที่ 4,144 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,030 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 64,500 และ 64,300 บาท
แนวต้าน : 65,450 และ 65,650 บาท
แนะนำขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 65,450 บาท และทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 64,300 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











