แนวโน้มราคาทอง
ขาลง
- ทองลง จากราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงและความเสี่ยง
กองทุนขายทองคำ แต่ WGC และ BofA ชี้ ทองคำยังมีเสน่ห์
Gold spot
สูงสุด – 4,026 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 3,965 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,050 บาท
ต่ำสุด – 63,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลงต่อเนื่อง จากการที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังจากซาอุดีอาระเบียแถลงว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถตรวจจับและยิงทำลายโดรนพลีชีพติดระเบิดของกลุ่มฮูตีได้เหนือน่านฟ้า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ได้ตอกย้ำว่าขอบเขตการยิงขีปนาวุธและโดรนของเครือข่ายติดอาวุธได้เริ่มกระจายไปทั่วภูมิภาคของตะวันออกกลาง ส่งผลให้การผลิต / จัดส่งน้ำมันดิบออกจากภูมิภาคเป็นไปด้วยความยากลำบากมากกว่าเดิม ในขณะที่ปรึกษาการลงทุนในสหรัฐฯ อย่าง Harris Financial Group ได้ชี้ว่า ความต้องการสภาพคล่องของกลุ่มเทคโนโลยีทำให้กองทุนและนักลงทุนเลือกเทขายทองคำเพื่อถือเงินสดดอลลาร์แทนที่จะเข้าซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งถือเป็นอีก 1 ปัจจัยที่กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม รายงาน World Gold Council (WGC) ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม หลังจากที่ WGC ชี้ว่า 89% ของธนาคารกลางทั่วโลกคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนทองคำสำรองอย่างต่อเนื่องในอีก 12 เดือนข้างหน้า ในขณะที่นายไมเคิล ฮาร์ทเนทท์ หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน Bank of America (BofA) ได้แนะนำในเดือน ต.ค. นี้ว่าให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการด้อยค่าของเงินตราและหนี้สาธารณะที่เป็นปัจจัยบวกต่อทองคำในระยะยาว
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงหลุดแนวต้านใหม่ที่ 4,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ภาพรวมมีความเสี่ยงเป็นขาลง แต่ระยะสั้นกำลังเผชิญกับแทงเทขายที่สูงเกินไป (Oversold) จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการฟื้นตัวระยะสั้นหลังทดสอบแนวรับบริเวณ 3,955 และ 3,940 ดอลลาร์ เพื่อทดสอบแนวต้านดังกล่าวอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 3,955 และ 3,940 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,000 และ 4,015 ดอลลาร์
แนะนำให้ใช้กลยุทธ์รอซื้อหากราคาทองสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 3,955 ดอลลาร์ กลับขึ้นไปได้หลังมีการทดสอบแนวรับ เพื่อเก็งกำไรระยะสั้นตามแนวต้านที่ 4,000 ดอลลาร์ แต่ทว่าหากหลุดแนวรับถัดไปที่ 3,940 ดอลลาร์ ควร Cut Loss ทันที
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 63,300 และ 63,000 บาท
แนวต้าน 63,900 และ 64,100 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์รอซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 63,300 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับ 63,000 บาท ลงไป แนะนำ Cut Loss จากความเสี่ยงขาลง ขณะที่จุดขายทำกำไรระยะสั้นเมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 63,900 บาท











