ราคาน้ำมันดิบ West Texas Intermediate (WTI) ร่วงลงต่ำสุดที่ 101.69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในคืนวันอาทิตย์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าจะยังไม่โจมตีอิหร่านในทันที อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันยังคงสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเพิ่มขึ้นประมาณ 53% จากระดับก่อนสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านเริ่มต้นขึ้น
ด้านน้ำมันดิบเบรนท์ ซึ่งเป็นราคาอ้างอิงสำคัญของตลาดโลก ยังคงเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 116 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามข้อมูลของ Trading Economics อย่างไรก็ตาม Goldman Sachs ประเมินว่า ราคาน้ำมันดังกล่าวมีส่วนเพิ่มจากความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) อยู่เกือบ 25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่าการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียจะเริ่มฟื้นตัวแล้วก็ตาม
การชะลอการโจมตีของทรัมป์เพียงพอที่จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงหรือไม่
ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐฯ จะไม่โจมตีอิหร่านในวันดังกล่าว แต่ก็ส่งสัญญาณว่าวอชิงตันอาจยังเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารให้เสร็จสิ้น หรือหันไปทำข้อตกลงกับอิหร่าน ตามรายงานของ Al Jazeera
ผู้ไกล่เกลี่ยจากกาตาร์เดินทางไปยังกรุงเตหะราน ขณะที่มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านควรเดินหน้าหาข้อตกลงสันติภาพต่อไป
ในทางตรงกันข้าม ประธานรัฐสภาอิหร่านกล่าวว่า วอชิงตันประเมินสถานการณ์ผิดพลาดเมื่อตัดสินใจเปิดฉากสงคราม และจำเป็นต้องหาทางออกจากความขัดแย้งครั้งนี้
ขณะเดียวกัน พันธมิตรทางทหารที่มีซาอุดีอาระเบียเป็นผู้นำระบุว่า ได้ทำลายขีปนาวุธและโดรนที่กลุ่มฮูตีในเยเมนยิงเข้ามายังซาอุดีอาระเบีย
ข้อมูลจาก Kpler ผู้ให้บริการติดตามการเดินเรือ ระบุว่า มีรายงานการโจมตีเรืออย่างน้อย 18 ครั้งในช่วงสองสัปดาห์ ตามบันทึกข้อมูลที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม
นอกจากนี้ มีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลได้จัดทำแผนโจมตีอิหร่านไว้แล้ว โดยอาจดำเนินการหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน
ราคาน้ำมันเหนือ 100 ดอลลาร์จะยืนอยู่ได้นานแค่ไหน หากการทูตเริ่มคลี่คลาย
ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดตลาดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันก่อนสงครามเริ่มต้นขึ้น
Goldman Sachs คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบเบรนท์จะอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนธันวาคม โดยมองว่าการยกระดับความขัดแย้งเป็นปัจจัยหลักที่อาจผลักดันราคาให้สูงกว่าคาดการณ์
ปัจจุบัน ราคาน้ำมันเบรนท์สูงกว่า WTI อยู่ประมาณ 13.50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้น หากเบรนท์ลดลงมาอยู่ที่ 90 ดอลลาร์ ก็อาจหมายถึงราคาน้ำมัน WTI ที่ลดลงมาอยู่ในช่วงกลาง 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ธนาคาร ING ของเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ส่วนเพิ่มของราคาน้ำมันจากความเสี่ยงสงครามน่าจะค่อย ๆ ลดลง หากการขนส่งน้ำมันยังดำเนินต่อไปได้โดยไม่มีอุปสรรค แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าความเสี่ยงดังกล่าวกำลังคลี่คลาย
ราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น โดยราคาผู้บริโภคของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายนสูงกว่าปีก่อน 3.7%
ประเด็นนี้มีความสำคัญต่อตลาดหุ้นและคริปโทเคอร์เรนซีด้วย เพราะหากเงินเฟ้อลดลงได้ยาก ธนาคารกลางอาจจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง
ดังนั้น การที่ราคาน้ำมันจะยังยืนเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับว่าการไกล่เกลี่ยของกาตาร์จะนำไปสู่ข้อตกลงได้ทันก่อนเกิดการโจมตีเรือขนส่งสินค้าในอ่าวเปอร์เซียหรือเป้าหมายในซาอุดีอาระเบียอีกครั้งหรือไม่
ที่มา : Yahoo Finance








