แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัว หลังดอลลาร์ทรงตัวและยีลด์ 2 ปี เสี่ยงปรับตัวสูง ขณะการเจรจาสหรัฐฯ – อิหร่าน ตึงเครียด
Gold spot
สูงสุด – 4,131 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,106 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,750 บาท
ต่ำสุด – 65,600 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกทรงตัวตามดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) หลังมีการทรงตัวที่ระดับ 101.0 หน่วย รวมถึงบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 ปี มีแนวโน้มปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 4.78% จากเดิมที่ระดับ 4.71% ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ หลังจากนายอับบาส อาราคชี รมว. ต่างประเทศอิหร่าน ได้แสดงความแข็งกร้าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะ ปิดทำการต่อไปอย่างไม่มีกำหนด จนกว่าสหรัฐฯ จะยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดของเตหะราน รวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางทะเลและการถอนกองเรือรบออกจากอ่าวเปอร์เซียอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทางฝั่งทำเนียบขาวได้ออกแถลงการณ์ว่า การเจรจาเพื่อทำข้อตกลงสันติภาพหรือการเปิดช่องแคบฮอร์มุซกับอิหร่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก จากปัจจัยข้างต้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง โดยตลาดมีการปรับคาดการณ์ขึ้นเล็กน้อยว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือน ธ.ค. จาก 75.3% จาก 72.5%
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกเริ่มสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการปรับตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,160 และ 4,180 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,085 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานลงต่อเนื่องอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,110 และ 4,085 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,160 และ 4,180 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 4,160 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,085 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,400 และ 65,200 บาท
แนวต้าน 66,200 และ 66,400 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาทดสอบแนวต้าน 66,200 บาท และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 65,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับ 65,200 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











