แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- World Bank ทุ่มงบ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนแร่สำคัญ จับตาวิกฤตยูเครน
Gold spot
สูงสุด – 4,189 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,147 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,250 บาท
ต่ำสุด – 66,000 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ความเคลื่อนไหวจากการประชุม IMF–World Bank วันนี้ World Bank ประกาศแผนเพิ่มการสนับสนุนอุตสาหกรรมแร่ธาตุสำคัญเป็น 5 เท่าภายใน 5 ปี โดยเตรียมจัดสรรเงินกว่า 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วงปีงบประมาณ 2026–2030 เพื่อสนับสนุนการทำเหมือง การแปรรูป และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความต้องการแร่สำคัญที่เพิ่มขึ้นจากอุตสาหกรรม EV พลังงานสะอาด และเทคโนโลยี ด้านสงครามรัสเซีย–ยูเครนกลับมาน่ากังวลมากขึ้น หลังมีรายงานว่ายูเครนใช้ขีปนาวุธสกัดกั้น Patriot จนหมดคลัง ทำให้ความสามารถในการรับมือการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียเผชิญข้อจำกัด ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีตึงเครียดขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดทางให้รัสเซียส่งออกน้ำมันดีเซล และทรัมป์ออกมาระบุว่าถึงเวลาแล้วที่ยูเครนควรมีประธานาธิบดีคนใหม่ ขณะเดียวกัน การเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโกเผชิญอุปสรรค หลังทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกันเรื่องการลดภาษีนำเข้ารถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม ส่วนตลาดหุ้นเอเชียฟื้นตัวขึ้น หลังประธาน Fed เควิน วอร์ช แสดงมุมมองเชิงบวกต่อ AI และการลงทุน แม้ยังไม่ส่งสัญญาณทิศทางดอกเบี้ยสำหรับการประชุมที่เหลือของปี
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ สหรัฐฯ ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
วิเคราะห์ราคาทอง
แม้ราคาทองคำจะสามารถฟื้นตัวขึ้นมา แต่ยังประเมินว่าราคาอาจยังผ่านแนวต้านที่ 4,190 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ยาก จึงอาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วนจากแนวต้านดังกล่าว และแนะนำเข้าซื้อสะสมหากราคาย่อลงทดสอบแนวรับที่ 4,150 ดอลลาร์
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,135 และ 4,110 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,190 และ 4,225 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,135 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดแนวรับ 4,110 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 4,190 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,800 และ 65,500 บาท
แนวต้าน 66,300 และ 66,550 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,800 บาท และหากราคาหลุดแนวรับที่ 65,500 บาทลงไปแนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 66,300 บาท










