แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองฟื้นรับดอลลาร์อ่อน ตลาดจับตาถ้อยแถลงของประธาน Fed
Gold spot
สูงสุด – 4,177 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,100 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,000 บาท
ต่ำสุด – 65,700 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองคำฟื้นตัว หลังดอลลาร์อ่อนค่าและ Bond Yield สหรัฐฯ ปรับตัวลง โดย Bond Yield อายุ 10 ปีแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ แม้ PPI เดือนก.ย. พุ่ง 6.3% สูงกว่าคาดที่ 5.3% ขณะที่ Core PPI เพิ่มขึ้น 5.0% สูงกว่าคาดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักเพียง 29% ต่อโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนต.ค. ตลาดจับตาถ้อยแถลงของเควิน วอร์ช ประธาน Fed ซึ่งมีกำหนดขึ้นเวทีร่วมกับคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF ในวันนี้ เวลา 10.30–11.00 น. โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่มุมมองต่อเงินเฟ้อและทิศทางดอกเบี้ย หลังตัวเลข CPI และ PPI ของสหรัฐฯ ออกมาสูงกว่าคาด ด้านตลาดพลังงาน WTI พุ่งกว่า 3% หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงถึง 8.5 ล้านบาร์เรล ขณะที่ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังทำให้ Risk Premium อยู่ในระดับสูง ด้าน IEA เตรียมระบายน้ำมันดีเซลจากคลังสำรองมากกว่า 20 ล้านบาร์เรล เพื่อบรรเทาภาวะราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ขณะที่กองทุน SPDR ขายทองคำสุทธิ 0.28 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ สหรัฐฯ ไม่มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกที่ฟื้นตัว ยังคงติดแนวต้านสำคัญที่บริเวณ 4,175 ดอลลาร์ และประเมินว่าราคาอาจยังแกว่งตัวในกรอบ 4,125-4,175 ดอลลาร์
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,125 และ 4,100 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,175 และ 4,200 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,125 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,175 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,500 และ 65,150 บาท
แนวต้าน : 66,100 และ 66,400 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,500 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,150 บาทลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 66,100 บาท










