แนวโน้มราคาทอง
Sideway
- สหรัฐฯ เตรียมแผนโจมตีอิหร่าน เสี่ยงซ้ำเติมวิกฤตพลังงาน กดดันราคาทอง
Gold spot
สูงสุด – 4,161 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,100 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,000 บาท
ต่ำสุด – 65,700 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
สถานการณ์ตะวันออกกลางกลับมาตึงเครียดมากขึ้น หลังมีรายงานว่ากองทัพสหรัฐฯ จัดทำแผนโจมตีอิหร่านฉบับใหม่ ซึ่งอาจรวมถึงการใช้ระเบิด MOAB โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและนิวเคลียร์ หากประธานาธิบดีทรัมป์สั่งกลับมาเปิดปฏิบัติการทางทหาร ขณะที่ความขัดแย้งยังสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงาน โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังพิจารณาผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเรือขนส่งน้ำมันบางส่วน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขนส่งน้ำมันและบรรเทาค่าระวางเรือที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่ามาตรการดังกล่าวอาจช่วยลดต้นทุนได้ไม่มากนัก ท่ามกลางสงครามและความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ยังสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงาน ด้าน IMF เตือนว่าเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกมีแนวโน้มชะลอตัว ขณะที่ราคาน้ำมันสูงและความเสี่ยงจากการปรับฐานของการลงทุนด้าน AI อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจภูมิภาค พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐฯ ลดการขาดดุลงบประมาณและไม่พึ่งพาการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวในการแก้ปัญหาหนี้
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เตรียมเผยดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือน ก.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
แม้ราคาทองคำจะสามารถฟื้นตัวขึ้นในช่วงเช้า แต่ยังประเมินว่าราคาอาจยังผ่านแนวต้านที่ 4,170 ดอลลาร์ขึ้นไปได้ยาก จึงอาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วนจากแนวต้านดังกล่าว และแนะนำเข้าซื้อสะสมหากราคาย่อลงทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,110 และ 4,075 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,170 และ 4,200 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ และหากราคาหลุดแนวรับ 4,075 ดอลลาร์ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 4,170 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,500 และ 65,150 บาท
แนวต้าน 66,100 และ 66,400 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,500 บาท และหากราคาหลุดแนวรับที่ 65,150 บาทลงไปแนะนำขายตัดขาดทุน โดยมีเป้าหมายทำกำไร บริเวณแนวต้านที่ 66,100 บาท











