กองทุนทองคำ ETF ทั่วโลกยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนกันยายนมีเงินไหลเข้าสุทธิราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าในไตรมาส 3/2569 พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 31,000 ล้านดอลลาร์ โดยมีแรงซื้อจากกองทุนที่จดทะเบียนในยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก หรือ WGC ระบุว่า แม้ราคาทองคำจะปรับตัวลดลงในเดือนกันยายน แต่ปริมาณทองคำที่ Gold ETF ทั่วโลกถือครองกลับเพิ่มขึ้น 67 ตัน สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4,256 ตัน สะท้อนถึงแรงซื้อที่ยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ลดลง 7% จากเดือนก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 574,000 ล้านดอลลาร์ ตามการปรับตัวของราคาทองคำ

ตลอดไตรมาส 3 Gold ETF ทั่วโลกมีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารเพิ่มขึ้น 9% ขณะที่ปริมาณทองคำที่ถือครองเพิ่มขึ้นรวม 211 ตัน เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 โดยสหรัฐฯ เป็นประเทศที่มีเงินไหลเข้าสูงสุดในไตรมาสดังกล่าว ตามด้วยสหราชอาณาจักร ซึ่งทำสถิติเงินไหลเข้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ยุโรปก็ทำสถิติสูงสุดเช่นเดียวกันในระดับภูมิภาค
อเมริกาเหนือ มีเงินไหลเข้าสู่ Gold ETF ราว 4,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าในไตรมาส 3 อยู่ที่ 12,000 ล้านดอลลาร์ โดยสหรัฐฯ คิดเป็นเกือบทั้งหมดของเงินไหลเข้าในภูมิภาคที่ 3,800 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แคนาดามีเงินไหลเข้า 206 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เงินไหลเข้าสะสมตั้งแต่ต้นปีของภูมิภาคกลับมาเป็นบวกที่ประมาณ 4,100 ล้านดอลลาร์
แรงซื้อดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางสภาพแวดล้อมด้านนโยบายการเงินที่ไม่เอื้อต่อทองคำมากนัก หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในเดือนกันยายน และส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ซึ่งกดดันราคาทองคำผ่านการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ รวมถึงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวไม่ได้ทำให้นักลงทุนลดความสนใจในทองคำ โดยความกังวลเกี่ยวกับ เงินเฟ้อ ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูง มูลค่าหุ้นที่ตึงตัว โดยเฉพาะหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI และความผันผวนในตลาดพันธบัตร อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนยังคงใช้ทองคำเป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงของพอร์ต ขณะเดียวกัน เงินไหลเข้าที่เกิดขึ้นต่อเนื่องยังสะท้อนว่า นักลงทุนบางส่วนอาจมองการปรับตัวลงของราคาทองคำเป็นโอกาสในการทยอยสะสมหรือเพิ่มสถานะการลงทุนระยะยาว
ยุโรป มีเงินไหลเข้าสู่ Gold ETF ราว 3,600 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ทำให้ยอดเงินไหลเข้าในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเป็น 14,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยกองทุนที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรมีเงินไหลเข้าสูงสุดในภูมิภาคที่ 2,200 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุนในเยอรมนีและฝรั่งเศสก็มีเงินไหลเข้าในระดับแข็งแกร่ง
สิ่งที่น่าสนใจคือความต่อเนื่องของแรงซื้อในกองทุนที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักร โดยมีเงินไหลเข้าใน 12 จาก 13 สัปดาห์จนถึงวันที่ 25 กันยายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ต่อเนื่องที่สุดนับตั้งแต่ปี 2565 สะท้อนว่าแรงซื้อไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ระยะสั้นเพียงครั้งเดียว
WGC ระบุว่า เงินไหลเข้าสู่กองทุนในสหราชอาณาจักรในช่วงที่ผ่านมาเกิดขึ้นพร้อมกับการเพิ่มขึ้นของส่วนชดเชยความเสี่ยงระยะยาวของพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ ซึ่งอาจสะท้อนความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับ เงินเฟ้อ ความยั่งยืนทางการคลัง และความเสี่ยงในตลาดพันธบัตรรัฐบาล และอาจเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มความน่าสนใจของทองคำในฐานะสินทรัพย์กระจายความเสี่ยง
ทั้งนี้ กองทุนที่จดทะเบียนในสหราชอาณาจักรมีเงินไหลเข้าในไตรมาส 3 ถึง 7,500 ล้านดอลลาร์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์ และเมื่อรวมตั้งแต่ต้นปีมีเงินไหลเข้าแล้ว 9,500 ล้านดอลลาร์ ทำให้สหราชอาณาจักรแซงหน้าจีนเล็กน้อย ขึ้นเป็นประเทศที่มีเงินไหลเข้าสู่ Gold ETF มากที่สุดในปี 2569 จนถึงปัจจุบัน
ด้าน เอเชีย มีเงินไหลเข้าสู่ Gold ETF ประมาณ 2,300 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน นับเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และทำให้ยอดเงินไหลเข้าในไตรมาส 3 อยู่ที่ 4,900 ล้านดอลลาร์ โดยจีนยังเป็นตลาดหลักของภูมิภาค ขณะที่อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ ต่างมีเงินไหลเข้าเช่นกัน
แรงซื้อในจีนเกิดขึ้นท่ามกลางตลาดหุ้นภายในประเทศที่กลับมาอ่อนตัว และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ลดลง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจของทองคำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ประเภทอื่น ส่วนอินเดียได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้น การเข้าซื้อทองคำในช่วงราคาปรับฐาน และความต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน
สำหรับ ภูมิภาคอื่น ๆ มีเงินไหลเข้าสู่ Gold ETF ประมาณ 104 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน ส่งผลให้ยอดเงินไหลเข้าในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นเป็นสถิติ 476 ล้านดอลลาร์ โดยกองทุนในออสเตรเลียเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก มีเงินไหลเข้า 106 ล้านดอลลาร์ ขณะที่แอฟริกาใต้มีเงินไหลออกเล็กน้อย
ที่มา : World Gold Council











