ราคาทองคำโลกผันผวนแรงหลังสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (Nonfarm Payrolls: NFP) เดือนกันยายน เพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าตลาดคาดราว 90,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานเพิ่มจาก 4.1% เป็น 4.2% และตัวเลขการจ้างงานเดือนก่อนถูกปรับลดลง สะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว
ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ในเดือนตุลาคม ส่งผลให้ราคาทองพุ่งขึ้นในช่วงแรก แต่ไม่สามารถยืนเหนือ 4,200 ดอลลาร์ ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวบริเวณ 4,130–4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
NFP แย่ แต่ทำไมทองขึ้นไม่สุด?
ตามกลไกเศรษฐศาสตร์ ตลาดแรงงานที่อ่อนลงควรลดแรงกดดันต่อเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) มีโอกาสลดลง ซึ่งเป็นบวกต่อทองคำ เพราะช่วยลด ต้นทุนค่าเสียโอกาส (Opportunity Cost) ของการถือสินทรัพย์ที่ไม่มีดอกเบี้ยอย่างทอง
อย่างไรก็ตาม หลัง NFP ออก Bond Yield ที่ลดลงในช่วงแรกกลับพลิกขึ้น โดยเฉพาะพันธบัตรระยะยาว ทำให้แรงซื้อทองเริ่มชะลอตัว
ประเด็นนี้สะท้อนว่า “เฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย” ไม่ได้หมายความว่า “Bond Yield ต้องลดลง” เสมอไป เพราะ Yield ระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับดอกเบี้ยเฟดเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนความคาดหวังเรื่องเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน ปริมาณการออกพันธบัตร และความเสี่ยงด้านฐานะการคลังของสหรัฐฯ
Bond Yield กำลังเป็นตัวแปรสำคัญของทอง
ทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย เมื่อ Bond Yield โดยเฉพาะ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yield) อยู่ในระดับสูง นักลงทุนจึงมีแรงจูงใจถือสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนมากขึ้น ส่งผลให้ทองเผชิญแรงกดดัน
การเคลื่อนไหวหลัง NFP ครั้งนี้จึงสะท้อนว่าตลาดกำลังแยก “ดอกเบี้ยระยะสั้นที่เฟดควบคุม” ออกจาก “Yield ระยะยาวที่ตลาดกำหนด”
แม้ตลาดลดโอกาสเฟดขึ้นดอกเบี้ย แต่หาก Yield ระยะยาวยังสูง ทองก็อาจยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่
ทองระยะสั้นยังผันผวน จับตา Yield จะยอมลงหรือไม่
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส ประเมินว่า ราคาทองระยะสั้นยังมีแนวโน้มผันผวน จากแรงสองด้านที่กำลังหักล้างกัน
ด้านหนึ่ง ตลาดแรงงานที่ชะลอตัวช่วยลดแรงกดดันต่อเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทอง แต่อีกด้าน Bond Yield ระยะยาวที่ยังสูง รวมถึงความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและฐานะการคลังสหรัฐฯ ยังคงจำกัดการฟื้นตัวของราคา
หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวต่อ และ Bond Yield กับดอลลาร์ปรับลงพร้อมกัน จะเป็นสัญญาณบวกต่อทองมากขึ้น และอาจเปิดทางให้ราคากลับไปทดสอบระดับสูงเดิม
ตรงกันข้าม หาก Yield ระยะยาวยังทรงตัวสูงหรือทำจุดสูงใหม่ แม้เฟดมีแนวโน้มพักการขึ้นดอกเบี้ย ทองอาจยังเผชิญแรงขายและต้องใช้เวลาในการสร้างฐาน
อย่าดูแค่ “เฟด” ต้องดู “ตลาดบอนด์” ด้วย
ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส มองว่า นักลงทุนควรจับตา Bond Yield อายุ 10 ปี, Real Yield และค่าเงินดอลลาร์ ควบคู่กับเงินเฟ้อ ตลาดแรงงาน และราคาพลังงาน เพราะคำถามสำคัญหลัง NFP อาจไม่ใช่เพียงว่า “เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนตุลาคมหรือไม่?” แต่คือ “ถ้าเฟดไม่ขึ้น แล้ว Bond Yield จะยอมลงหรือไม่?”
กรณี Yield และดอลลาร์เริ่มอ่อนตัวพร้อมกัน แรงกดดันสำคัญของทองจะลดลง และเพิ่มโอกาสให้ราคากลับเข้าสู่การฟื้นตัว
แต่ตราบใดที่ Yield ระยะยาวยังสูง ทองอาจยังต้องผ่านช่วงสร้างฐาน แม้ปัจจัยพื้นฐานบางส่วนเริ่มกลับมาเป็นบวกแล้วก็ตาม
เมื่อความเสี่ยงของตลาดทำให้พอร์ตต้องรับมือให้ทัน การมีเครื่องมือที่รับมือได้ทั้งสองทิศทางจึงมีประโยชน์มากขึ้น Gold Futures และ Mini Gold Online Futures สามารถใช้ทั้งเก็งจังหวะตามแนวโน้ม และ Hedge ความเสี่ยงของพอร์ตทองในช่วงที่ข่าวสำคัญทำให้ราคาผันผวน และ ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส เป็นอีกทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการเข้าถึงตลาด TFEX พร้อมข้อมูลและมุมมองตลาดทองจากทีมที่มีประสบการณ์ สอบถาม 02 112 2222 กด 6
บทความโดย คุณ วราวุธ เบญจาพุทธารักษ์
กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐานด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ผู้จัดการ ตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ และพ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า บจ. ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส
ผู้แนะนำการลงทุนตราสารซับซ้อนประเภท 1
ผู้วางแผนการลงทุน
* หมายเหตุ: คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการจัดทำบทวิเคราะห์
คำชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI Disclosure)
การใช้งานและวัตถุประสงค์:
บทวิเคราะห์ฉบับนี้มีการใช้เทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยในการรวบรวมข้อมูล สังเคราะห์สรุปภาวะตลาด และเรียบเรียงเนื้อหาบางส่วน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพในการนำเสนอข้อมูลแก่ผู้ลงทุน
กระบวนการตรวจสอบและมาตรฐานวิชาชีพ:
ข้อมูลและเนื้อหาที่ผลิตโดยระบบ AI ทั้งหมด ได้ผ่านการตรวจสอบ สอบทาน และยืนยันความถูกต้องโดย นักวิเคราะห์ที่ได้รับอนุญาต (Human-in-the-Loop) บริษัทและนักวิเคราะห์ยังคงเป็นผู้รับผิดชอบต่อเนื้อหาและความสมเหตุสมผลของบทวิเคราะห์ตามมาตรฐานวิชาชีพที่กำหนดโดยสำนักงาน ก.ล.ต.
ข้อจำกัดและความเสี่ยง:
เทคโนโลยี AI อาจมีข้อจำกัดด้านความครบถ้วนสมบูรณ์หรือความทันสมัยของข้อมูลในบางสถานการณ์ ผู้ลงทุนควรใช้ข้อมูลในบทวิเคราะห์นี้เป็นส่วนหนึ่งประกอบการตัดสินใจลงทุนควบคู่กับปัจจัยอื่น ๆ อย่างรอบคอบ
ช่องทางการติดต่อและตรวจสอบย้อนหลัง:
บริษัทได้จัดให้มีระบบบันทึกข้อมูลย้อนหลัง (Traceability) เพื่อการตรวจสอบความโปร่งใส หากท่านพบข้อสงสัยหรือความผิดพลาดประการใด โปรดติดต่อ:
• หน่วยงาน: Marketing & Business Development
• เบอร์โทรศัพท์: 02 112 2222 ต่อ 1236
• อีเมล: somrudee.m@hshfutures.com




