ข่าวสารการลงทุน

ท่ามกลางความกังวลฟองสบู่ AI อย่ามองข้ามบทเรียนจากวิกฤตรถไฟปี 1873

07 ตุลาคม 2569|13:18 น.

ในช่วงที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนจำนวนมากกำลังเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นกับหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หรือ Big Tech ในปัจจุบันกับช่วงก่อนฟองสบู่ดอตคอมแตกในช่วงต้นทศวรรษ 2000 ยังมีอีกหนึ่งบทเรียนจากอดีตที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ การเก็งกำไรในธุรกิจรถไฟก่อนเกิดวิกฤตปี 1873

ข้อมูลจากไมเคิล ฮาร์ตเน็ตต์ นักกลยุทธ์ของ Bank of America แสดงให้เห็นว่า ในช่วงที่เกิดฟองสบู่สินทรัพย์ครั้งสำคัญในอดีต สัดส่วนการกระจุกตัวของตลาดมักเพิ่มขึ้นจนมีเพดานอยู่บริเวณ 40% แต่ช่วงที่เกิดการขยายตัวอย่างมากของธุรกิจรถไฟในศตวรรษที่ 19 ถือเป็นข้อยกเว้นที่เห็นได้ชัด

วิกฤตรถไฟปี 1873 เป็นการล่มสลายทางการเงินครั้งใหญ่ที่เกิดจากการเก็งกำไรอย่างหนักในการก่อสร้างทางรถไฟ ก่อนจะลุกลามไปสู่ “Panic of 1873” หรือวิกฤตการเงินครั้งใหญ่ในเวลาต่อมา

ข้อมูลจาก PBS ระบุว่า ในช่วงวิกฤตดังกล่าว บริษัททางรถไฟของสหรัฐฯ จำนวน 89 แห่งจากทั้งหมด 364 แห่ง ต้องเข้าสู่ภาวะล้มละลาย และมีธุรกิจทั้งหมดประมาณ 18,000 แห่ง ต้องปิดกิจการภายในเวลาเพียง 2 ปี ขณะที่ภายในปี 1876 อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 14%

แน่นอนว่าไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ในปัจจุบันจะเหมือนกับวิกฤตรถไฟในปี 1873 แต่สิ่งที่ควรจับตาคือ มูลค่าหุ้นของบริษัทชั้นนำยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อิทธิพลของหุ้นเหล่านี้ต่อตลาดโดยรวมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ปัจจุบัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ แทบจะได้รับแรงพยุงจากหุ้นเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ตัว โดยเฉพาะ Nvidia, Apple และ Microsoft

ข้อมูลจาก Creative Planning ระบุว่า ดัชนี S&P 500 ไม่เคยมีการกระจุกตัวอยู่ในหุ้นเพียง 3 บริษัทมากเท่ากับในปัจจุบัน โดย Nvidia, Apple และ Microsoft รวมกันมีน้ำหนักมากกว่า 21% ของดัชนี S&P 500

ความสำคัญของหุ้นทั้งสามบริษัทต่อการเคลื่อนไหวของ S&P 500 จึงอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ และเมื่อเปรียบเทียบกับอดีตจะเห็นว่าการกระจุกตัวในปัจจุบันถือว่าสูงกว่าช่วงก่อนหน้าอย่างชัดเจน

ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 หุ้นของ IBM, AT&T และ ExxonMobil เคยเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อตลาดอย่างมาก แต่แม้ในช่วงที่หุ้นทั้งสามบริษัทมีมูลค่าสูงสุดรวมกัน ก็คิดเป็นเพียงประมาณ 13.4% ของดัชนี S&P 500 เท่านั้น

ประเด็นที่ตลาดกำลังจับตาจึงไม่ใช่เพียงว่าหุ้น AI จะสามารถเติบโตต่อไปได้อีกมากแค่ไหน แต่คือ การที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ พึ่งพาหุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่บริษัทมากขึ้นเรื่อย ๆ จะทำให้ความผันผวนรุนแรงขึ้นหรือไม่ หากหุ้นกลุ่มดังกล่าวเกิดการปรับฐานพร้อมกัน

บทเรียนจากวิกฤตในอดีตไม่ได้หมายความว่าฟองสบู่ AI จะต้องแตกในแบบเดียวกับวิกฤตรถไฟหรือดอตคอม แต่ประวัติศาสตร์สะท้อนให้เห็นว่า เมื่อการลงทุนและมูลค่าตลาดกระจุกตัวอยู่ในสินทรัพย์หรืออุตสาหกรรมเพียงไม่กี่กลุ่มมากเกินไป การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มดังกล่าวสามารถส่งผลกระทบต่อตลาดและเศรษฐกิจในวงกว้างได้

ที่มา : Yahoo Finance

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
pboc

จีนซื้อทองคำเดือนกันยายนสูงสุดในรอบ 3 ปี เดินหน้าสะสมต่อเนื่อง 23 เดือน

14:29 น.

 
saudi flag

ฮูตีเตือนยกระดับโจมตีซาอุฯ หลังถูกถล่มทางอากาศ

13:49 น.

 
HSH Bond Yield website

Bond Yield พุ่ง ต้นทุนการเงินสูง กดดันทองคำต่อเนื่อง

14:00 น.

 
ตลาดทองคำ

แบงก์ชาติอิตาลี-เยอรมนีชี้ทองคำยังคงเป็นทุนสำรองหลัก แม้บอนด์ยีลด์พุ่งแรง

10:25 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า