แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น +$ 2.4 หลัง PMI ภาคบริการแผ่ว ขณะ
SPDR ซื้อทองคำ แต่บอนด์ยีลด์ 10 ปี / ดอลลาร์ยังพุ่งสูง และน้ำมันดิบเสี่ยงปรับตัวขึ้นอีกครั้ง
Gold spot
สูงสุด – 4,170 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,123 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,400 บาท
ต่ำสุด – 65,950 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่สหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคการบริการออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์และครั้งก่อน ในขณะที่กองทุน SPDR มีการซื้อทองคำ 0.57 ตัน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นการบ่งบอกถึงความอ่อนแอทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ฟื้นตัวขึ้นไปวันที่ 2 สู่ระดับ 5.30% จากเดิมที่จุดต่ำสุด 5.15% และทางฝั่งดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 102.10 จุด ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงมีความเสี่ยงปรับตัวขึ้น ภายหลังสถานการณ์การสู้รบได้ขยายวงเข้าสู่ช่องแคบบับเอลมันเดบ บริเวณปากทางเข้าทะเลแดงอย่างเต็มรูปแบบ ระหว่างเยเมนและกลุ่มฮูตีที่สนับสนุนโดยอิหร่าน อีกทั้งกองทัพอิหร่านเตรียมความพร้อมรับมือในทุกมิติหากสหรัฐฯ เลือกใช้มาตรการทางทหาร หลังจากที่สหรัฐฯ ยังไม่อนุมัติข้อเสนอของอิหร่าน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบและเงินเฟ้อรวมถึงดอกเบี้ยเฟดปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต เป็นลบกับทองคำ
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. เผยดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน ส.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกยังสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,125 ดอลลาร์ แต่ทว่าภายหลังยังไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 4,180 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจยังคง Sideways ในกรอบแนวรับและแนวต้านดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,100 ดอลลาร์ ลงไป ทองโลกยังคงเสี่ยงปรับฐานลง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,125 และ 4,100 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,180 และ 4,200 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,125 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,100 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่แนวต้านที่ 4,180 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 65,750 และ 65,500 บาท
แนวต้าน : 66,300 และ 66,500 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,750 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,500 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 66,300 บาท










