Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

จับตาบันทึกการประชุมเฟดสายเหยี่ยว Vs ดีลฮอร์มุซติดหล่ม และสหรัฐฯ เสี่ยงขาดดุลการค้าบานปลาย

05 ตุลาคม 2569|10:51 น.

Gold Bullish

  • ติดตามตัวเลขดุลการค้าสหรัฐฯ ส่อแววขาดดุลเพิ่ม

Gold Bearish

  • ติดตามบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 ก.ย.
  • การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงไม่มีความชัดเจน

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่สหรัฐฯ เผยตัวเลขดัชนี GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2 ประมาณการครั้งที่ 3 และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน / รัฐบาล ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ส่งผลให้ตลาดมีความกังวลว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีความแข็งแกร่งอาจกดดันให้เฟดต้องคุมเข้มดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติมในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงไม่มีความชัดเจน

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทางการอิหร่านยืนยันว่า ได้รับร่างข้อเสนอและท่าทีตอบกลับอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลสหรัฐฯ ผ่านคนกลางอย่างกาตาร์แล้ว เพื่อพิจารณาเงื่อนไขการยุติสงครามที่ยืดเยื้อมานาน 7 เดือน ภายใต้แผนสร้างความไว้วางใจ 7 วันเพื่อกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ทว่าอุปสรรคสำคัญยังคงอยู่ที่การเจรจาที่ยังไม่ลงรอย เนื่องจากสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะยกเลิกการปิดล้อมทางเรือและไม่ยอมปลดล็อกมาตรการคว่ำบาตรล่วงหน้า หากอิหร่านยังคงขัดขวางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซและเดินหน้าโครงการอาวุธนิวเคลียร์ต่อ ขณะที่ทางฝั่งอิหร่าน ทำโดยปธน.มัสอูด เปเซชเคียน ระบุว่า รัฐบาลพร้อมพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ข้อตกลงบรรลุผล แต่เน้นย้ำว่าข้อตกลงดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนยุทธศาสตร์ที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win Strategy) และต้องยืนหยัดบนสิทธิอันชอบธรรมของชาวอิหร่านเท่านั้น ทั้งนี้ รัฐสภาอิหร่านได้อนุมัติผ่านร่างกฎหมายแผนปฏิบัติการความมั่นคงและการพัฒนาช่องแคบฮอร์มุซ โดยอิหร่านจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการบริการเดินเรือและสั่งห้ามเรือรบและเรือพาณิชย์ของอิสราเอล สหรัฐฯ และชาติที่เป็นปรปักษ์แล่นผ่านช่องแคบโดยเด็ดขาด ในขณะที่ฝั่งกลุ่มฮูตีในเยเมนซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีโรงงานของบริษัท ซาอุดี อารัมโก (Saudi Aramco) ในกรุงริยาด และแหล่งน้ำมันคูไรส์ (Khurais) ซึ่งทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับการผลิตของซาอุดีอาระเบียในฐานะอุปทานหลักของน้ำมันดิบโลก

จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ตลาดยังคงต้องติดตามต่อไปว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน จะสามารถหาทางออกร่วมกันได้หรือไม่ ในขณะที่อุปทานน้ำมันดิบโลกอย่างซาอุฯ จะมีท่าทีอย่างไรในอนาคตต่อสถานการณ์สงคราม เนื่องจากทั้ง 2 ประเทศยังคงมีการเจรจาที่ยังไม่ลงรอยกัน อาจทำให้สงครามยังขยายวงกว้างและมีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้ออาจปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งในอนาคต เป็นปัจจัยลบต่อทองคำ แต่หากทิศทางเป็นไปในทางตรงกันข้าม ก็อาจกดดันทองขึ้นได้เช่นกัน

ติดตามบทสรุปการประชุม FOMC วันที่ 16-17 ก.ย.

ในวันที่ 8 ต.ค. เวลา 01.00 น. สหรัฐฯ จะมีรายงานการประชุม (FOMC Minutes) วันที่ 16-17 ต.ค. ซึ่งหากอ้างอิงจากการประชุม FOMC ที่ผ่านมานี้ มีแนวโน้มสูงว่าเฟดจะยังไม่ผ่อนคลายนโยบายทางการเงินในเร็วๆ นี้ โดยหากดูจาก Dot Plot กรรมการถึง 12 ท่านมองว่าดอกเบี้ยสิ้นปี 2026 ควรอยู่ที่ระดับ 4.13% – 4.37% (กรอบ 4.00% – 4.25%) และมีอีก 4 ท่านที่มองสูงถึง 4.38% – 4.62% (กรอบ 4.25% – 4.50%)ซึ่งเป็นการสนับสนุนว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ควรเป็นแบบครั้งเดียวจบ แต่ควรขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่องอีกอย่างน้อย 1 ครั้งในการประชุมเดือนต.ค.หรือธ.ค. ปี 2026 โดยมีเพียงแค่ 2 ท่านเท่านั้นที่เสนอให้คงดอกเบี้ย นอกจากนี้ คณะกรรมการส่วนใหญ่มีแนวโน้มไม่คิดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปี 2027 โดยค่ามัธยฐานของอัตราดอกเบี้ยปี 2027 ถูกตรึงไว้ที่ 4.1% เท่ากับปี 2026 สะท้อนว่ายุคดอกเบี้ยต่ำจะยังไม่กลับมาในระยะใกล้ๆ นี้ และตลาดยังคงต้องเผชิญกับยุคดอกเบี้ยสูงไปอีกระยะหนึ่ง

          ในฝั่งของการจ้างงาน เฟดมีแนวโน้มมองว่าการจ้างงานใหม่ยังเติบโตสอดรับกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน โดยตำแหน่งงานเปิดรับใหม่ (Job Openings) และจำนวนชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ (Weekly Hours) ขยับเพิ่มขึ้น อีกทั้งค่าเฉลี่ยการขอรับสวัสดิการว่างงาน 4 สัปดาห์ (Jobless Claims 4-week MA) อยู่ในระดับต่ำมากอย่างมีเสถียรภาพ ในขณะที่ฝั่งของเงินเฟ้อ เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ PCE สิ้นปี 2026 ขึ้น โดยปรับค่ามัธยฐาน Headline PCE ปี 2026 ขึ้นเป็น 3.7% (จากเดิม 3.6%) และ Core PCE ขึ้นเป็น 3.4% (จากเดิม 3.3%) นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ Real GDP ปี 2026 ขึ้นเป็น 2.3% (จากเดิม 2.2%) และปี 2027 ขึ้นเป็น 2.4% (จากเดิม 2.3%) เนื่องจากการบริโภคในประเทศยังคงแข็งแกร่ง และกำไรภาคเอกชนยังทรงตัวในระดับสูง รวมถึงผลิตภาพ (Productivity) ทางเศรษฐกิจที่มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

จากปัจจัยที่ได้กล่าวไปข้างต้น สามารถสรุปได้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงมีความแข็งแกร่งทั้งในด้านตัวเลข GDP และการจ้างงานที่เป็นไปในเชิงบวก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้เฟดอาจมีความจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในไตรมาสที่ 4 ปี 2026 และอาจต้องตรึงดอกเบี้ยสูงยาวนาน (Higher for Longer) ในปี 2027 ซึ่งปัจจัยนี้มีโอกาสสูงที่จะหนุนให้ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2, 10 และ 30 ปี มีการปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ

ติดตามตัวเลขดุลการค้าสหรัฐฯ ส่อแววขาดดุลเพิ่ม

วันที่ 6 ต.ค. สหรัฐฯ เวลา 19.30 น. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะมีการเผยยอดขาดดุลการค้าสินค้าและบริการของสหรัฐฯ ซึ่งในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สหรัฐฯ มียอดขาดดุลสูงถึง 88.60 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นรอบสูงสุดในรอบ 16 เดือน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการนำเข้าสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและสินค้าทุนที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย. ได้แก่ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 6.9 พันล้านดอลลาร์, ชิ้นส่วนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เพิ่มขึ้น 6.6 พันล้านดอลลาร์ และเซมิคอนดักเตอร์เพิ่มขึ้น 1.2 พันล้านดอลลาร์ จากกระแสการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI และเทคโนโลยี สวนทางกับการส่งออกกลุ่มพลังงานที่ชะลอตัวลงในกลุ่มวัสดุอุตสาหกรรมที่ลดลง 8.7 พันล้านดอลลาร์, น้ำมันดิบมูลค่าลดลง 4.5 พันล้านดอลลาร์ และทองคำที่ไม่ใช่เพื่อการเงินมูลค่า 3.9 พันล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ กลุ่มของบริษัทเทคโนโลยีชี้ว่า กลุ่ม Big Four (Amazon, Microsoft, Google, Meta) ได้มีการตั้งงบรายจ่ายฝ่ายทุน (CapEx) รวมกันสูงถึง ประมาณ 730,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นถึง 78% จากปี 2025 ที่อยู่ระดับ 410,000 ล้านดอลลาร์ และในปี 2027 งบลงทุน AI ของกลุ่ม Hyperscaler สหรัฐฯ จะพุ่งขึ้นแตะ 1.4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงมากกว่าปี 2026 เกือบ 2 เท่า เนื่องจากบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้จำเป็นต้องสั่งซื้อชิปและเซิร์ฟเวอร์ประมวลผลขั้นสูง จากบริษัท NVIDIA , AMD และ Suppliers ต่างๆ ที่มีการสั่งผลิตจาก TSMC จากไต้หวัน รวมถึงประเทศต่างๆ เพื่อพัฒนา Data Center ของตัวเอง

จากปัจจัยข้างต้น อาจส่งผลให้ยอดดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่จะมีการประกาศในวันที่ 6 ต.ค. อาจประกาศตัวเลขขาดดุลมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้น เนื่องจากยอดการขาดดุลการค้าที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นการปล่อยให้เงินดอลลาร์จำนวนมหาศาลไหลออกจากระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประกอบกับการขาดดุลการค้าควบคู่กับการขาดดุลงบประมาณภาครัฐจากปัญหาหนี้สาธารณะที่พุ่งสูงจากการอุดหนุนและลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน อาจเป็นตัวหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ดัชนี PMI ภาคการบริการ ISM เดือน ก.ย.
  • ดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน ส.ค. และดุลการค้าจีน เดือน ก.ย.
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ เผยรายงานการประชุม วันที่ 16-17 ก.ย.
  • จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย ม.มิชิแกน เดือน ต.ค.

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำอยู่ในระยะ Sideways ในภาพใหญ่ โดยในระยะสั้น ราคาทองยังคงมีการปรับฐานลงต่อเนื่องและยังคงต้องจับตาว่าจะสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,070 และ 3,990 ดอลลาร์ เพื่อเป็นการยืนยันว่าทองคำได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน สามารถบรรเทาความรุนแรงลงและกลับมาเจรจากันได้อีกครั้ง ในขณะที่ตัวเลขขาดดุลการค้าสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะสั้น หนุนให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,230 และ 4,290 ดอลลาร์

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงขยายวงกว้างและไม่สามารถเจรจากันได้ จนหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นทำ New High อีกครั้ง ในขณะที่บทสรุปการประชุม FOMC แสดงถึงความเข้มงวดของเฟดในการขึ้นดอกเบี้ย หรือต้องตรึงดอกเบี้ยสูงเป็นระยะเวลานาน (Higher for Longer) อาจกดดันให้ราคาทองคำเผชิญแรงเทขายอีกครั้ง โดยมีแนวรับบริเวณ 4,070 และ 3,990 ดอลลาร์

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 65,050 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 64,000 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 67,000 บาท และ 67,700 บาท

image 50

ดาวน์โหลดเอกสาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 05-10-2569

16:17 น.

 
Cover 1000x670 02

Night Recap Gold Futures 05-10-2569

15:26 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 05-10-2569

08:52 น.

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 05-10-2569

08:47 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า