Goldman Sachs ปรับเลื่อนคาดการณ์การขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งถัดไปของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed จากเดือนตุลาคมไปเป็นเดือนธันวาคม หลังข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ ล่าสุดออกมาต่ำกว่าที่คาด ส่งผลให้ตลาดลดความคาดหวังว่า Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในการประชุมเดือนตุลาคม
Goldman Sachs ระบุในรายงานเมื่อวันพุธว่า “เราเลื่อนการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สองออกไปเป็นเดือนธันวาคม และมองว่ามีโอกาสสูงที่คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed (FOMC) จะลงความเห็นในท้ายที่สุดว่า ไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม”
ก่อนหน้านี้ Fed เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ซึ่งถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี และเป็นการดำเนินนโยบายครั้งแรกภายใต้ประธาน Fed คนใหม่ เควิน วอร์ช โดยมีเป้าหมายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
ข้อมูลที่เปิดเผยเมื่อวันพุธแสดงให้เห็นว่า เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ โดยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล หรือ PCE เพิ่มขึ้น 3.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์เฉลี่ยของนักเศรษฐศาสตร์ที่ Reuters สำรวจไว้ที่ 3.7%
ขณะเดียวกัน จอห์น วิลเลียมส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า Fed ยังมีเวลาในการพิจารณาข้อมูลเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจว่าจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อใด ซึ่งช่วยลดแรงคาดการณ์ว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนตุลาคม
สอดคล้องกับ CME FedWatch Tool ล่าสุด ให้น้ำหนักประมาณ 62.4% ต่อโอกาสที่ Fed จะคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้นจากระดับ 31.4% เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

การเปลี่ยนแปลงของมุมมองครั้งนี้สะท้อนว่า ตลาดเริ่มลดความคาดหวังต่อการคุมเข้มนโยบายการเงินของ Fed หลังเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าที่คาด และเจ้าหน้าที่ระดับสูงส่งสัญญาณว่ายังไม่จำเป็นต้องเร่งตัดสินใจเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป








