แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวระยะสั้น
- ทองฟื้นตัว ขานรับบอนด์ยีลด์ทรงตัว และสหรัฐฯ – อิหร่าน กำลังเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ แต่ตลาดยังกังวลดอกเบี้ยเฟด
Gold spot
สูงสุด – 4,148 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,112 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,000 บาท
ต่ำสุด – 65,800 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ราคาทองโลกมีการฟื้นตัวขึ้น จากการที่บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี รวมถึงราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีแนวโน้มกลับมาทรงตัวระยะสั้นที่ระดับ 5.20%, 101 และ 95.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ตามลำดับ ในขณะที่ตลาดกำลังจับตานายอับบาส อารักชี รมว. ต่างประเทศอิหร่าน ที่กำลังรอคำตอบแบบลายลักษณ์อักษรอย่างเป็นทางการจากฝ่ายสหรัฐฯ ในวันอังคารนี้ เกี่ยวกับข้อเสนอเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากก่อนหน้านี้ คณะผู้แทนคนกลางประเทศกาตาร์ได้นำเสนอแนวคิดและข้อเสนอฉบับปรับปรุงใหม่ไปประสานกับทีมงานของนายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษสหรัฐฯ อีกครั้งในวันนี้ ก่อนจะส่งคำตอบสุดท้ายมายังอิหร่าน จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้ตลาดยังคงเฝ้าจับตาความคืบหน้าในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงแข็งค่ายืนเหนือ 101.0 จุด ในขณะที่ FedWatch Tools ของ CME Group ยังคงคาดการณ์ว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ต.ค. และ ธ.ค. ตามลำดับ จากความกังวลเรื่องภาวะเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูง ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวนี้ ยังคงเป็นอีก 1 ปัจจัยหลักที่สามารถกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงได้ทุกเมื่อ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดย CB เดือน ก.ย. และจำนวนตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครใหม่จาก JOLTS (ล้านตำแหน่ง) เดือน ส.ค.
วิเคราะห์ราคาทอง
ในช่วงเช้า ทองโลกสามารถฟื้นตัวขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมยังอยู่ในระยะปรับฐานลง จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวลงอีกครั้งหลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,165 และ 4,185 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,090 ดอลลาร์ ทองโลกอาจย่อตัวลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,110 และ 4,090 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,165 และ 4,185 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ขายเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาขึ้นทดสอบบริเวณแนวต้าน 4,165 และ 4,185 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,110 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,090 ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,450 และ 65,250 บาท
แนวต้าน 66,000 และ 66,200 บาท
แนะนำใช้กลยุทธ์ขายเก็งกำไรระยะสั้น หากราคาขึ้นทดสอบบริเวณแนวต้านบริเวณ 66,000 และ 66,200 บาท และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 65,450 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,250 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











