แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองลง (-$4.80) หลังดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์พุ่ง ขณะ
นักวิเคราะห์คาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ในปี 2027
Gold spot
สูงสุด – 4,317 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,261 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 67,900 บาท
ต่ำสุด – 67,300 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 สู่ระดับ 99.61 จุด จาก 98.75 หน่วย อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ได้ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 8 ทะลุระดับ 5.00% ขึ้นไป จาก 4.77% สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงยืนเหนือ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในขณะที่กาตาร์ออกโรงเตือนเมื่อวันอังคารว่า หากการเดินเรือผ่านช่องแคบบับ เอล-มันเดบถูกขัดขวาง หลังการปิดช่องแคบฮอร์มุซ อาจส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่ออุปทานน้ำมัน ซึ่งหากภาวะตึงตัวของราคาน้ำมันอาจส่งผลให้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดกับตัวสูงขึ้นในอนาคต เป็นลบกับทองคำ ทั้งนี้ ผลสำรวจนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนโดย CNBC ระบุว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2027 และกว่า 1 ใน 3 คาดว่าจะปรับขึ้นถึง 3 ครั้งขึ้นไป หลังวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซเสี่ยงปิดยาวอีกอย่างน้อย 1 เดือน อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาถ้อยแถลงของนายเควิน วอร์ช และตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไรบ้าง ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 2.85 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐานเดือน ส.ค. เทียบรายเดือน และยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. เทียบรายเดือน / รายปี, เวลา 01.00 น. การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ และการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ และเวลา 01.30 น. การแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวลงต่อในเช้านี้ หลังจากไม่สามารถทะลุแนวต้านที่ 4,320 ดอลลาร์ กลับขึ้นไปได้ แต่ทว่าภาพรวมอยู่ในระยะ Sideways Down จึงประเมินว่า ในระยะสั้นทองโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นหากสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,253 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,200 ดอลลาร์ ทองโลกอาจปรับฐานต่อ
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,253 และ 4,200 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,320 และ 4,400 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,253 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,200 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,320 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 67,250 และ 66,700 บาท
แนวต้าน : 67,900 และ 68,700 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 67,250 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,700 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 67,900 บาท











