Desktop 1550x550 13

แนวโน้มตลาดและการลงทุน

สัปดาห์ชี้ชะตาทองคำ จับตามติ 3 ธนาคารกลางยักษ์ใหญ่ ท่ามกลางวิกฤตฮอร์มุซจุดชนวนเงินเฟ้อ

14 กันยายน 2569|09:13 น.

Gold Bullish

  • จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจหนุนดอลลาร์อ่อนค่า
  • กรรมการเฟดบางท่าน ยังส่งสัญญาณผ่อนคลายดอกเบี้ย

Gold Bearish

  • จับตาการประชุม FOMC วันที่ 16-17 ก.ย. นี้ คาดกังวลเงินเฟ้อ
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อาจคงดอกเบี้ย
  • สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงตึงเครียด

สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับตัวลง จากการที่สหรัฐฯ เผยตัวเลขดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ออกมาในภาพรวมยังคงทรงตัวสูง ในขณะที่สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ได้ทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซตกอยู่ในวิกฤติอีกครั้ง หนุนให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยืนเหนือ 100 และ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อีกครั้ง ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังมีปัจจัยสำคัญต่อราคาทองที่ส่งผลต่อเนื่องมาจากอดีต และปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อสัปดาห์นี้โดยตรง ดังนี้

สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงตึงเครียด

ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ได้มีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังกองทัพสหรัฐฯ ได้ทำลายเรือบรรทุกน้ำมันดิบของอิหร่าน 5 ลำเมื่อวันอังคาร เพื่อเป็นการตอบโต้ความพยายามโจมตีเรือรบของอเมริกา พร้อมกับยังคงใช้มาตรการปิดล้อมทางทะเลต่อไป ในขณะที่อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธกว่า 20 ลูกถล่มฐานทัพในจอร์แดนเพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ยิงทำลายเรือน้ำมัน พร้อมส่งสัญญาณพร้อมยกระดับการทำสงครามและการตอบโต้ทางทหารขั้นสูงสุด หากสหรัฐฯ ยังไม่ยุติการโจมตีและการปิดล้อมทางทะเล โดยชี้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อความอยู่รอดของชาติและคลังขีปนาวุธพร้อมรับมือสงครามยืดเยื้อ แม้ปธน.ทรัมป์ จะประเมินว่าสงครามจะยุติลงหลังการเลือกตั้งกลางเทอมในวันที่ 3 พ.ย. แต่ทว่าทีมบริหารระดับสูงของสหรัฐฯ เตือนว่าอิหร่านจะไม่ยอมอ่อนข้อและสงครามอาจลากยาวไปจนสิ้นสุดวาระของทรัมป์ในปี 2572

นอกจากนี้ แผนกำหนดการณ์เดิมที่รัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือ GCC ทั้ง 6 ชาติ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี, กาตาร์, คูเวต, โอมาน และบาห์เรน) เตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับอิหร่านในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมานจำเป็นต้องเลื่อนออกไป หลังจากซาอุดีอาระเบียสั่งปิดท่อส่งน้ำมัน East-West Pipeline ซึ่งเป็นเส้นทางเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ เนื่องจากถูกโจมตีด้วยโดรนที่ยิงมาจากอิรักเมื่อวันที่ 10 ก.ย. ส่งผลให้สถานการณ์ในภาพรวมยังไม่สู้ดีนัก

จากปัจจัยข้างต้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังคงมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง เพิ่มความเสี่ยงให้เงินเฟ้อภาคพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้งผ่านตัวเลข CPI และ Core CPI และหากเงินเฟ้อได้แทรกซึมเข้าไปสู่ราคาสินค้าอุปโภค บริโภค จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟดอาจต้องขึ้น / คงดอกเบี้ยมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เป็นปัจจัยลบต่อทองคำ แต่หากทางกลุ่มประเทศในอาหรับสามารถตกลงกันได้สำเร็จในภายหลัง ก็อาจหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นได้เช่นกัน

จับตาการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) วันที่ 16-17 ก.ย. นี้

ในคืนวันที่ 16 ก.ย. นี้ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการประชุม FOMC ซึ่งมีแนวโน้มว่ากรรมการเฟดอาจยังคงแสดงความกังวลด้านภาวะเงินเฟ้อ โดยหากอ้างอิงจากการประชุม Jackson Hole ที่ผ่านมานี้ นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ได้แสดงความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป และเฟดพร้อมที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากระดับปัจจุบัน 3.50% – 3.75% หากเงินเฟ้อยังไม่ปรับลดลงสู่เป้าหมาย 2% โดยเร็ว ในขณะที่ภายหลังจากการประชุม Jackson Hole นายไมเคิล บาร์ ผู้ว่าการเฟด ได้ส่งสัญญาณแข็งกร้าว (Hawkish) สอดรับกับประธานเฟด เควิน วอร์ช โดยระบุว่าหากแนวโน้มเงินเฟ้อยังไม่ชะลอตัวลงสู่เป้าหมาย 2% อย่างเพียงพอ ทำให้เฟดจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม FOMC เดือน ก.ย. นี้ อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด ส่งสัญญาณผ่อนคลายมากกว่ากรรมการเฟดท่านอื่น โดยตนสนับสนุนให้เฟดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุม FOMC วันที่ 15–16 ก.ย. นี้ หากข้อมูลเศรษฐกิจหลังจากนี้ยืนยันสัญญาณเงินเฟ้อชะลอตัว ในขณะที่นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขานิวยอร์ก ได้ระบุว่า สงครามในตะวันออกกลางและกำแพงภาษีการค้าคือปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เงินเฟ้อยังทรงตัวเหนือระดับ 2% แต่เงินเฟ้อในระยะยาว ทางเฟดยังสามารถควบคุมเอาไว้ได้

ทั้งนี้ หากพิจารณาถึงอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. เผยว่าภาพรวมเป็นไปตามคาดทั้งเงินเฟ้อทั่วไป (+3.4% YoY, +0.4% MoM) และพื้นฐานรายปี (+2.4% YoY) โดยมีเพียงเงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือน (Core CPI MoM) ที่เร่งตัวแตะ 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย ส่งผลให้ FED Watch Tools ของ CME Group คาดการณ์ถึง 69% แล้วว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC วันที่ 16 ก.ย. นี้ ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) อาจแข็งค่า และบอนด์ยีลด์มีโอกาสทำ New High ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ แต่หากว่าถ้อยแถลงในการประชุม FOMC นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อมากนัก ราคาทองคำก็อาจปรับตัวขึ้นได้เช่นกัน

จับตาการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจหนุนดอลลาร์อ่อนค่า

ในวันที่ 18 ก.ย. BOJ จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ย โดยผู้ว่าแบงก์ชาติญี่ปุ่น นายคาซูโอะ อุเอดะ ได้ระบุว่า แม้จะคำนึงถึงผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยในอดีต แต่หากแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อยังคงสอดคล้องกับการคาดการณ์ ธนาคารกลางจะยังคงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป เนื่องจากสภาวะทางการเงินในปัจจุบันยังคงผ่อนคลาย ในขณะที่ก่อนหน้านี้ นายเรียวโซ ฮิมิโนะ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสกัดความเสี่ยงไม่ให้เงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น และป้องกันไม่ให้ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างรุนแรงในอนาคต นอกจากนี้ นายฮาจิเมะ ทากาตะ หนึ่งในกรรมการบอร์ดของ BOJ เคยลงมติขอขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.25% ตั้งแต่การประชุมเดือน ก.ค. ได้แถลงว่าในปี 2026 เป็นช่วงที่ BOJ เปลี่ยนนโยบายการเงินให้มีความสอดคล้องกันกับเงินเฟ้ออีกด้วย

นอกจากคณะกรรมการใน BOJ จะเห็นด้วยในการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว นายชิเกโตะ นากาอิ นักเศรษฐศาสตร์จาก Oxford Economics ได้คาดการณ์ว่า BOJ จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนก.ย. และธ.ค. ปี 2026 และจะปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนเม.ย. ปี 2027 สู่ระดับ 1.75% เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อให้อยู่ในเป้าหมาย ตามความต้องการของ BOJ

จากปัจจัยข้างต้น อาจหนุนให้บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นมีการปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และมีส่วนช่วยให้ค่าเงินเยนแข็งค่าต่อเนื่องเช่นกัน ซึ่งอาจหนุนให้เงินดอลลาร์อ่อนค่า เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยของ BOJ จะยิ่งทำให้การทำธุรกรรมกู้เงินดอกเบี้ยต่ำที่ญี่ปุ่น เพื่อเอาไปลงทุนในต่างประเทศที่ให้ดอกเบี้ยสูง (Yen Carry Trade) เริ่มไม่มีความคุ้มค่า ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนให้ทองคำปรับตัวขึ้นได้เช่นกัน

การประชุมธนาคารอังกฤษ (BOE) อาจคงดอกเบี้ย

ในวันที่ 17 ก.ย. ธนาคารอังกฤษ (BOE) จะครบกำหนดการประชุมเกี่ยวกับการพิจารณาอัตราดอกเบี้ย โดยนักเศรษฐศาสตร์ได้ให้น้ำหนักเกิน 80% ว่า BOE จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิมในการประชุมรอบนี้ ในขณะที่แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ขึ้นสู่ระดับ 4.00% มีเพียงแค่ 10-15% เท่านั้น เนื่องจากแม้ว่าราคาน้ำมันดิบ Brent จะปรับขึ้นเข้าใกล้ 100 ดอลลาร์/บาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ทำให้เงินเฟ้อทั่วไป (Headline CPI) ล่าสุดอยู่ที่ 2.9% แต่ผลสำรวจและตัวเลขเศรษฐกิจชี้ว่าแรงกดดันราคายังจำกัดอยู่เฉพาะต้นน้ำ (Upstream) ยังไม่มีสัญญาณการส่งผ่านไปยังภาคบริการ วงจรค่าจ้าง หรือการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวของภาคครัวเรือนและธุรกิจ

นอกจากนี้ การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วของบอนด์ยีลด์ทั่วโลกและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ (Gilt Yield) ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน (Mortgage Rates) ปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกตลาด กลไกนี้ทำหน้าที่ชะลออุปสงค์ในระบบแทนการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายไปแล้ว ส่งผลให้คณะกรรมการของ BOE จึงมีช่องว่างให้รอดูสถานการณ์ได้

จากปัจจัยข้างต้น อาจไม่ได้หนุนให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่ามากนัก ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อาจไม่ได้รับความกดดันจากการประชุม BOE ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำในระยะสั้นๆ

ประเด็นที่สำคัญในสัปดาห์นี้

  • ดุลการค้ายุโรป และญี่ปุ่น เดือน ก.ค. และ ส.ค. ตามลำดับ
  • ยอดค้าปลีกพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน ส.ค. เทียบรายเดือน และยอดค้าปลีกเดือน ส.ค. เทียบรายปี
  • การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) และการประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจ
  • การประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
  • จำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ 

แนวโน้มราคาทอง

เมื่อสัปดาห์ก่อน ราคาทองคำได้เริ่มเข้าสู่ระยะ Sideways Down หลังจากตัวเลข CPI และ PPI รวมถึงราคาน้ำมันดิบ เป็นปัจจัยกดดันสะสม อย่างไรก็ตาม ในสัปดาห์นี้ยังคงมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามทั้งมุมมองเชิงบวกและลบ ดังนี้

มุมมองเชิงบวก (Upside Scenario): หากการประชุม BOJ หนุนให้เงินเยน / บอนด์ยีลด์ญี่ปุ่นพุ่งสูง รวมถึงการประชุม FOMC นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ไม่ได้แสดงความกังวลถึงภาวะเงินเฟ้อมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าในระยะสั้น หนุนให้ทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,430 และ 4,500 ดอลลาร์ ได้ในระยะสั้น

มุมมองเชิงลบ (Downside Scenario): หากสงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังคงมีการโจมตีเรือในช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงหากมีการขยายวงสงครามไปยังทะเลแดง จนกดดันให้ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวขึ้นทำ New High ในขณะที่เฟดมีการขึ้นดอกเบี้ย และถ้อยแถลงของวอร์ชในการประชุม FOMC ได้ส่งสัญญาณคุมเข้มเงินเฟ้อเพิ่มเติม ปัจจัยเหล่านี้อาจกดดันให้ราคาทองคำถูกแรงเทขายปรับตัวลงอีกครั้ง โดยมีแนวรับบริเวณ 4,200 และ 4,125 ดอลลาร์ เป็นแนวรับสำคัญ ซึ่งหากหลุดแนวรับดังกล่าวทั้งหมด อาจกดดันให้ราคาทองปรับตัวลงทดสอบแนวรับใหญ่ทางจิตวิทยาที่ 4,000 ดอลลาร์  

สำหรับทองคำแท่งในประเทศ แนะนำให้นักลงทุน ทยอยสะสมเมื่อราคาปรับตัวลง ใกล้บริเวณ 66,400 บาท โดยมีจุดตัดขาดทุนที่ 65,600 บาท ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 68,900 บาท และ 69,750 บาท

image 194

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
Cover 1000x670 01

Daily Recap Gold Futures 14-09-2569

08:51 น.

 
Cover 1000x670 09

Daily Recap Gold Spot 14-09-2569

08:42 น.

 
Cover 1000x670 06

Derivatives Recap 14-09-2569

08:33 น.

 
Cover 1000x670 10

Night Recap Gold Spot 11-09-2569

16:11 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า