แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองขึ้น ขานรับ CPI ทรงตัว จับตาชาติอาหรับเจรจาช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางบอนด์ยีลด์ยังพุ่งสูง
Gold spot
สูงสุด – 4,348 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,348 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,250 บาท
ต่ำสุด – 68,250 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ ในเดือน ส.ค. เผยว่า ภาพรวมเป็นไปตามคาดทั้งเงินเฟ้อทั่วไป (3.4% YoY, 0.4% MoM) และพื้นฐานรายปี (2.4% YoY) โดยมีเพียงเงินเฟ้อพื้นฐานรายเดือน (Core CPI MoM) ที่เร่งตัวแตะ 0.3% ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เล็กน้อย ส่งผลให้ตลาดเริ่มคลายความกังวลภาวะเงินเฟ้อที่เสี่ยงปรับตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการย่อตัวลง หลังรัฐมนตรีต่างประเทศกลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ หรือกลุ่ม GCC ทั้ง 6 ชาติ เตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับอิหร่านในวันที่ 14 ก.ย.นี้ ที่เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน เพื่อร่างข้อตกลงชั่วคราวในการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จากปัจจัยข้างต้นอาจทำให้ตลาดคลายความกังวลเงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟด เป็นบวกกับทองคำ อย่างไรก็ตาม บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 2 และ 10 ปี ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ในขณะที่ FedWatch Tool ของ CME Group ได้ปรับคาดการขึ้นถึง 87.3% แล้วว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม FOMC วันพุธนี้ ทางด้านกองทุน SPDR ขายทองคำ 4.63 ตัน เมื่อสัปดาห์ก่อน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวลงต่อในเช้านี้ หลุดแนวต้านใหม่ที่ 4,360 ดอลลาร์ ลงมา แต่ทว่าหลังจากนั้นยังสามารถยืนเหนือแนวรับบริเวณ 4,325 และ 4,300 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการฟื้นตัวขึ้นระยะสั้นเพื่อทดสอบแนวต้านอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,300 ดอลลาร์ ทองโลกอาจยังปรับฐานลงต่อเช่นเดิม
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,325 และ 4,300 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,360 และ 4,375 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,325 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,300 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,360 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 67,850 และ 67,600 บาท
แนวต้าน : 68,200 และ 68,350 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 67,850 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 67,600 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 68,200 บาท











