“อิหร่าน-โอมาน” หารือจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวและเก็บกู้ทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ แม้การเจรจาสันติภาพอิหร่าน-สหรัฐยังชะงักงัน
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อิหร่านเปิดเผยว่าได้กลับมาเจรจากับโอมานอีกครั้งเกี่ยวกับการบริหารจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นจากรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และภาวะชะงักงันของความพยายามเจรจาสันติภาพระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ
อิหร่านและโอมานได้เจรจากันเป็นระยะตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับการควบคุมการจราจรผ่านเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งก่อนสงครามจะเริ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ รองรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ LNG ราว หนึ่งในห้าของปริมาณการขนส่งทั่วโลก ขณะที่นับตั้งแต่เกิดสงคราม การเดินเรือส่วนใหญ่ผ่านช่องแคบดังกล่าวหยุดชะงัก
ทั้งสองประเทศ ระบุเมื่อวันอังคารว่า ได้หารือเกี่ยวกับการจัดตั้งเส้นทางเดินเรือชั่วคราวร่วมกันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมตกลงที่จะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดออกจากพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้เรือสามารถกลับมาเดินทางผ่านเส้นทางสำคัญดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น
ด้าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า ทุ่นระเบิดทั้งหมดในช่องแคบฮอร์มุซถูกเก็บกู้แล้ว โดยเป็นการย้ำถ้อยแถลงที่เขาเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้
แม้การสู้รบโดยตรงระหว่างสหรัฐและอิหร่านจะลดความรุนแรงลงอย่างมาก แต่ความพยายามทางการทูตเพื่อบรรลุข้อตกลงสันติภาพยังคงชะงัก ขณะที่การเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังมีความเสี่ยงสูง
เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกวัตถุไม่ทราบชนิดโจมตีจนไม่สามารถเดินทางต่อได้ บริเวณห่างจาก Ash Shishah ของโอมานราว 9 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 17 กิโลเมตร ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่บริเวณทางเข้าสู่ช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของหน่วยงาน United Kingdom Maritime Trade Operations
อีกด้านหนึ่ง ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังเพิ่มขึ้น หลังสถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านเผยแพร่วิดีโอความยาวประมาณ 3 นาที ซึ่งกล่าวถึงความเป็นไปได้ของแผนลอบสังหาร บาร์รอน ทรัมป์ บุตรชายคนเล็กของประธานาธิบดีทรัมป์ โดยอ้างว่าเขากำลังถูกเฝ้าติดตามและมีการเสนอเงินรางวัล 10 ล้านดอลลาร์สำหรับการสังหาร ขณะที่ หน่วย Secret Service ของสหรัฐฯ ระบุว่า ได้รับทราบเกี่ยวกับวิดีโอดังกล่าวแล้ว
อย่างไรก็ตามยังมีสัญญาณบางส่วนที่สะท้อนว่าความเสี่ยงของการปะทะในระยะสั้นอาจลดลง โดยสหรัฐเริ่มทยอยส่งเจ้าหน้าที่กลับไปยังสถานเอกอัครราชทูตและภารกิจทางการทูตบางแห่งในตะวันออกกลาง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้อพยพหรือลดจำนวนบุคลากรลงจากความตึงเครียดกับอิหร่าน
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนว่าสหรัฐอาจประเมินว่าความเสี่ยงที่ความขัดแย้งกับอิหร่านจะยกระดับขึ้นในระยะสั้นลดลง แม้สถานเอกอัครราชทูตบางแห่งจะยังกลับมาเปิดดำเนินงานไม่เต็มกำลังในช่วงแรก
ในด้านมาตรการเศรษฐกิจ สหรัฐประกาศเมื่อต้นสัปดาห์ว่าจะเพิ่มแรงกดดันต่ออิหร่าน โดยขู่ลงโทษประเทศที่ยังคงทำธุรกิจกับอิหร่าน แม้ว่าสหรัฐจะระบุว่าจะยังไม่ดำเนินมาตรการลงโทษทันที
อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันกลับปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่สอง เนื่องจากนักลงทุนมองข้ามผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ขณะที่อิหร่านประณามความพยายามของสหรัฐ ในการโดดเดี่ยวเศรษฐกิจอิหร่านว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าหลายประเทศจะไม่เข้าร่วมมาตรการกดดันดังกล่าว
แรงกดดันทางการเมืองภายในสหรัฐยังเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดย ผลสำรวจ Reuters/Ipsos ระบุว่า การสนับสนุนของชาวอเมริกันต่อสงครามลดลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ช่วงแรกของความขัดแย้ง ขณะที่คะแนนนิยมของทรัมป์อยู่ที่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิหร่านและเลบานอน ขณะที่สหรัฐและอิสราเอลสามารถลดทอนขีดความสามารถทางทหารแบบดั้งเดิมของอิหร่านไปได้มาก อย่างไรก็ตามสถานะที่แท้จริงของโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งสหรัฐและอิสราเอลมีเป้าหมายที่จะทำลาย ยังคงไม่ชัดเจน
การกลับมาเจรจาระหว่างอิหร่านและโอมานจึงถูกจับตาว่าอาจเป็นช่องทางหนึ่งในการคลี่คลายความตึงเครียดด้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ แม้ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐ ในภาพรวมยังไม่มีสัญญาณว่าจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้
อ้างอิง : www.reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








