รายงานระบุว่า การประมูลพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นในสัปดาห์หน้า อาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรทั่วโลก และอาจกระทบต่อความพยายามของสหรัฐในการควบคุมอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว
ญี่ปุ่นมีกำหนดขายพันธบัตรอายุ 10 ปีในวันที่ 1 กันยายน และพันธบัตรอายุ 30 ปีในอีก 2 วันถัดมา โดยหากความต้องการซื้อออกมาอ่อนแอ อาจนำไปสู่แรงขายในตลาดพันธบัตร และสะท้อนว่าตลาดต้องการผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยความเสี่ยงด้านการคลังของรัฐบาล
นักวิเคราะห์มองว่า ผลประมูลดังกล่าวมีความสำคัญ เพราะอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างไปยังตลาดการเงินโลก เนื่องจากนักลงทุนทั่วโลกกำลังมีทางเลือกในการลงทุนพันธบัตรของหลายประเทศมากขึ้น หากยีลด์ในตลาดหลักปรับขึ้นพร้อมกัน ก็อาจทำให้นักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นในตลาดอื่นตามไปด้วย
เดิมทีพันธบัตรญี่ปุ่นเคยเป็นตัวกำหนดต้นทุนการกู้ยืมของโลก เนื่องจากนโยบายดอกเบี้ยต่ำมาก แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่นเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยและความกังวลด้านการคลังเพิ่มขึ้น ทำให้ตลาดพันธบัตรญี่ปุ่นกลายเป็นแหล่งความผันผวนสำคัญของตลาดการเงินโลก
ด้านนักกลยุทธ์จากโนมูระระบุว่า หากการประมูลพันธบัตรออกมาไม่ดี ยีลด์ญี่ปุ่นอาจปรับตัวสูงขึ้น และอาจดึงดูดนักลงทุนในประเทศมากขึ้น ขณะเดียวกันก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐด้วย
ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดพันธบัตรทั่วโลกเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและการขาดดุลการคลัง โดยยีลด์พันธบัตรสหรัฐอายุ 30 ปีเคยปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 20 ปี ขณะที่พันธบัตรของเยอรมนีและฝรั่งเศสก็ปรับขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีเช่นกัน ส่วนพันธบัตรญี่ปุ่นก็เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
แม้รัฐบาลสหรัฐจะพยายามเข้ามาพยุงตลาดพันธบัตรผ่านมาตรการเพิ่มการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว แต่แรงหนุนดังกล่าวยังไม่สามารถกดดันยีลด์ให้ลดลงได้อย่างยั่งยืน โดยยีลด์สหรัฐได้ปรับตัวขึ้นอีกครั้งหลังจากการประกาศดังกล่าว
นักวิเคราะห์ยังเตือนว่า หากการประมูลพันธบัตรญี่ปุ่นสัปดาห์หน้าผลออกมาไม่ดี อาจเกิดแรงขายลามเข้าสู่พันธบัตรสหรัฐ และดันให้ยีลด์กลับไปอยู่ในระดับสูงอีกครั้ง แม้สหรัฐจะมีมาตรการดูแลตลาดอยู่ก็ตาม
ที่มา : theedgesingapore








