Key Takeaways :
ราคาทองรูปพรรณที่ขายได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งราคาทองคำในวันที่ทำรายการ น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ สภาพทอง และหลักเกณฑ์การรับซื้อของร้าน โดยราคาขายออกกับราคารับซื้อคืนเป็นคนละส่วนกัน หากต้องการทราบว่า ทองรูปพรรณ 1 บาท ขายได้เท่าไหร่ หรือทองน้ำหนักอื่นจะได้รับเงินประมาณเท่าไหร่ ควรตรวจสอบราคารับซื้อประจำวันและประเมินจากน้ำหนักจริงก่อนตัดสินใจขาย นอกจากนี้ การเลือกร้านรับซื้อทองที่มีมาตรฐานและแจ้งรายละเอียดอย่างชัดเจน ยังช่วยให้การขายทองเป็นไปอย่างเหมาะสมและโปร่งใสมากขึ้น
ราคาทองคำมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดตามสถานการณ์เศรษฐกิจและตลาดทองคำโลก ทำให้ผู้ที่สนใจซื้อหรือขายทองมักมีคำถามว่า ทองรูปพรรณขายออกบาทละเท่าไหร่ และเมื่อนำทองที่มีอยู่ไปขายคืนจะได้รับเงินประมาณเท่าไร โดยเฉพาะทองที่มีน้ำหนักแตกต่างกัน เช่น ทองรูปพรรณ 1 บาท ขายได้เท่าไหร่, ทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายได้เท่าไหร่ หรือแหวน 1 สลึงขายได้เท่าไหร่
การคำนวณราคาทองรูปพรรณไม่ได้พิจารณาจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับราคาทองในวันที่ทำรายการ ความบริสุทธิ์ สภาพของทอง และหลักเกณฑ์ของร้านรับซื้อ ดังนั้น การทำความเข้าใจวิธีคิดราคาแต่ละประเภทจึงช่วยให้ตรวจสอบจำนวนเงินเบื้องต้นและเตรียมตัวก่อนนำทองไปขายได้อย่างเหมาะสม
ไขข้อสงสัยราคาทองคำ : ทองรูปพรรณขายออกบาทละเท่าไหร่ และมีวิธีคิดราคาอย่างไร ?
ก่อนนำทองรูปพรรณไปที่ร้านรับซื้อทอง สิ่งแรกที่ควรทำความเข้าใจคือ ที่ร้านทองจะประกาศราคาทอง 2 ประเภท ได้แก่ ราคาขายออก และ ราคารับซื้อคืน ซึ่งเป็นราคาสำหรับคนละวัตถุประสงค์และมีวิธีคำนวณแตกต่างกัน
ความแตกต่างระหว่างราคาขายออกและราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณ
ราคาขายออก คือ ราคาที่ร้านทองใช้จำหน่ายทองคำให้แก่ลูกค้า โดยคำนวณจากราคาทองคำตามประกาศประจำวัน รวมกับค่ากำเหน็จหรือค่าช่าง ซึ่งแตกต่างกันตามรูปแบบ ความประณีต และรายละเอียดของทองแต่ละชิ้น ดังนั้น ราคาที่ผู้ซื้อจ่ายสำหรับทองรูปพรรณจึงสูงกว่าราคาทองคำแท่ง
ส่วนราคารับซื้อคืน คือ จำนวนเงินที่ร้านทองจ่ายให้เมื่อลูกค้านำทองกลับมาขาย โดยพิจารณาจากราคาทองที่ประกาศรับซื้อในวันนั้น ร่วมกับน้ำหนักและความบริสุทธิ์ของทอง รวมถึงหลักเกณฑ์การรับซื้อที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้จำนวนเงินที่ได้รับไม่เท่ากับราคาที่จ่ายไปตอนซื้อ
ปัจจัยที่มีผลต่อราคารับซื้อคืนของร้านทอง
จำนวนเงินที่จะได้รับเมื่อเราขายทองรูปพรรณให้แก่ร้านทอง ขึ้นอยู่กับหลายองค์ประกอบ โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
- ค่ากำเหน็จ : เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการขึ้นรูปและออกแบบทองที่มีการคิดรวมเมื่อคราวที่เราซื้อทองรูปพรรณ แต่เมื่อขายคืนให้ร้านทอง ค่ากำเหน็จเดิมจะไม่ได้ถูกนำมาบวกเพิ่มในราคาทองด้วย ร้านจะพิจารณาจากมูลค่าเนื้อทอง น้ำหนัก และหลักเกณฑ์การรับซื้อเป็นหลัก
- เกณฑ์การหักไม่เกิน 5% ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง : ในกรณีทองรูปพรรณที่นำกลับไปขายคืนร้านเดิมและอยู่ในสภาพสมบูรณ์ การรับซื้อคืนอาจมีการหักจากราคาทองคำแท่งรับซื้อประจำวันได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งนี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขของร้านและประกาศที่ใช้บังคับในวันที่ทำรายการ
- สภาพและน้ำหนักของทอง : ทองที่ผ่านการใช้งานอาจเกิดรอยสึกหรอ ชำรุด ลายขาด หรือมีเนื้อทองบางส่วนหลุดหาย ส่งผลให้น้ำหนักจริงเปลี่ยนแปลง เมื่อนำไปขาย ร้านจะชั่งและตรวจสอบก่อนกำหนดจำนวนเงินที่จะจ่าย
เช็กราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณตามน้ำหนักจริง
เมื่อเข้าใจหลักการคิดราคารับซื้อคืนของร้านทองแล้ว ขั้นต่อไปคือการคำนวณจำนวนเงินเบื้องต้นตามน้ำหนักทอง วิธีนี้จะช่วยให้ทราบคร่าว ๆ ว่าทองแต่ละขนาดอาจขายได้ประมาณเท่าไหร่ ก่อนนำไปตรวจสอบกับร้านทองในวันที่ทำรายการจริง
ทองรูปพรรณ 1 บาท ขายได้เท่าไหร่ ? สูตรคำนวณเงินที่จะได้รับเบื้องต้น
ทองรูปพรรณ 96.5% น้ำหนักมาตรฐาน 1 บาททองคำอยู่ที่ประมาณ 15.16 กรัม หากต้องการคำนวณคร่าว ๆ สามารถนำราคาทองคำแท่งรับซื้อในวันนั้นมาหักส่วนต่างตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องได้
ราคารับซื้อโดยประมาณ = ราคาทองคำแท่งรับซื้อประจำวัน × 0.95
ตัวอย่างการคำนวณ
หากราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 40,000 บาท
- มูลค่าทองรูปพรรณ 1 บาทโดยประมาณ = 40,000 × 0.95
- เท่ากับ 38,000 บาท*
ทองรูปพรรณ 2 สลึง ขายได้เท่าไหร่ ? หลักการคำนวณทองครึ่งบาท
ทองรูปพรรณ 2 สลึงมีน้ำหนักประมาณ 7.58 กรัม หรือครึ่งหนึ่งของทอง 1 บาท ดังนั้น สามารถนำจำนวนเงินที่คำนวณสำหรับทอง 1 บาทมาหาร 2 ได้
สูตรคำนวณโดยประมาณ = (ราคาทองคำแท่งรับซื้อประจำวัน × 0.95) ÷ 2
ตัวอย่างการคำนวณ
หากราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 40,000 บาท
- ทองรูปพรรณ 1 บาท มีมูลค่าประมาณ 38,000 บาท
- ทองรูปพรรณ 2 สลึงจึงมีมูลค่าประมาณ 38,000 ÷ 2
- เท่ากับ 19,000 บาท*
แหวน 1 สลึงขายได้เท่าไหร่ ? สิ่งที่ควรรู้ก่อนนำทองชิ้นเล็กไปขาย
ทองรูปพรรณ 1 สลึงมีน้ำหนักประมาณ 3.79 กรัม หรือคิดเป็น 1 ใน 4 ของทอง 1 บาท จึงสามารถคำนวณเบื้องต้นโดยนำจำนวนเงินของทอง 1 บาทมาหาร 4
สูตรคำนวณโดยประมาณ = (ราคาทองคำแท่งรับซื้อประจำวัน × 0.95) ÷ 4
ตัวอย่างการคำนวณ
หากราคาทองคำแท่งรับซื้ออยู่ที่บาทละ 40,000 บาท และคำนวณทองรูปพรรณ 1 บาทได้ประมาณ 38,000 บาท
- แหวนทอง 1 สลึง = 38,000 ÷ 4
- เท่ากับ ประมาณ 9,500 บาท*
*หมายเหตุ : ตัวเลขนี้เป็นการคำนวณเบื้องต้นเท่านั้น จำนวนเงินจริงจะขึ้นอยู่กับน้ำหนักทองที่เหลืออยู่ สภาพชิ้นงาน และเงื่อนไขการรับซื้อของร้านในวันนั้น
ข้อควรรู้เมื่อนำทองชิ้นเล็กหรือทองต่างร้านไปขาย
- ทองที่ซื้อจากร้านอื่น : ร้านอาจต้องตรวจสอบรายละเอียดและความบริสุทธิ์เพิ่มเติม รวมถึงใช้หลักเกณฑ์การรับซื้อที่แตกต่างจากร้านเดิม จึงควรสอบถามเงื่อนไขก่อนทำรายการ
- ทองชิ้นเล็กหรือลวดลายละเอียด : มีโอกาสเกิดรอยบุบ สึก หรือชำรุดจากการใช้งานได้ง่าย หากน้ำหนักลดลง จำนวนเงินที่ได้รับก็อาจลดลงตามไปด้วย
- ชิ้นส่วนของทอง : หากแหวนหรือเครื่องประดับมีส่วนใดหลุดออก ควรรวบรวมไว้ให้ครบ เพราะชิ้นส่วนที่เป็นเนื้อทองมีผลต่อน้ำหนักรวม
- ราคาทองในวันที่ขาย : ราคาทองมีการเปลี่ยนแปลงตามตลาด จึงควรตรวจสอบราคาประจำวันก่อนนำทองไปขาย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ
เทคนิคขายทองรูปพรรณให้ได้ราคาดี และลดส่วนต่างที่ไม่จำเป็น
นอกจากการตรวจสอบราคาทองแล้ว การเตรียมทองและเอกสารให้พร้อมยังช่วยให้ขั้นตอนการขายเป็นไปอย่างสะดวก และทำให้ร้านสามารถตรวจสอบรายละเอียดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ขายคืนกับร้านเดิมที่ซื้อมา
หากยังมีใบรับประกันหรือใบเสร็จจากวันที่ซื้อ ควรนำทองกลับไปที่ร้านเดิม เพราะสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าได้ง่าย ทั้งตราสัญลักษณ์ เปอร์เซ็นต์ทอง และรายละเอียดการซื้อขาย นอกจากนี้ ยังช่วยให้ทราบเงื่อนไขการรับซื้อคืนของร้านได้อย่างชัดเจน
เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนนำทองไปขาย
- ใบรับประกันหรือใบเสร็จ : ใช้ยืนยันรายละเอียดของทอง เช่น น้ำหนัก ความบริสุทธิ์ และแหล่งที่มา ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลได้สะดวก
- บัตรประชาชน : ร้านรับซื้อทองต้องตรวจสอบและบันทึกข้อมูลของผู้ขายตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง จึงควรเตรียมบัตรประชาชนไปด้วยทุกครั้ง
ดูแลทองรูปพรรณให้อยู่ในสภาพดี
- หลีกเลี่ยงสารเคมีที่มีฤทธิ์รุนแรง : ไม่ควรใช้น้ำยาขัดโลหะหรือสารกัดกร่อนกับทองโดยตรง เพราะอาจส่งผลต่อผิวและเนื้อทอง
- ทำความสะอาดอย่างอ่อนโยน : หากทองมีคราบหรือดูหมอง สามารถใช้น้ำอุ่นผสมน้ำยาล้างจานในปริมาณเล็กน้อย แล้วทำความสะอาดเบา ๆ ก่อนเช็ดด้วยผ้านุ่ม
- เก็บชิ้นส่วนให้ครบ : หากสร้อยขาด แหวนชำรุด หรือมีส่วนประกอบหลุด ควรรวบรวมไว้ให้ครบก่อนนำไปขาย เพราะน้ำหนักรวมมีผลต่อจำนวนเงินที่จะได้รับ
เช็กราคาทองก่อนขาย เพื่อวางแผนได้อย่างมั่นใจ
การตอบคำถามว่า ทองรูปพรรณ ขายออก บาทละเท่าไหร่ หรือทอง 96.5% ขายคืนได้ราคาเท่าไหร่ จำเป็นต้องดูราคาทองในวันที่ทำรายการควบคู่กับน้ำหนัก ความบริสุทธิ์ สภาพของทอง และเงื่อนไขการรับซื้อ ทั้งนี้ การนำราคาขายออกมาใช้คำนวณเพียงอย่างเดียวจึงอาจทำให้คาดการณ์จำนวนเงินที่จะได้รับคลาดเคลื่อนได้
หากกำลังวางแผนขายทองรูปพรรณ ควรตรวจสอบราคารับซื้อประจำวันและเลือกใช้บริการจากร้านรับซื้อทองที่มีมาตรฐานและมีหลักเกณฑ์การประเมินราคาชัดเจน เพื่อเปรียบเทียบข้อมูลและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
ฮั่วเซ่งเฮง มีบริการรับซื้อทองรูปพรรณและทองคำ 96.5% ราคายุติธรรม พร้อมทีมงานที่มีประสบการณ์ในการตรวจสอบและประเมินทอง ช่วยให้การซื้อขายเป็นไปอย่างสะดวกและโปร่งใส สามารถตรวจสอบราคาทองประจำวันและรายละเอียดบริการผ่านช่องทางของฮั่วเซ่งเฮงก่อนนำทองเข้ารับการประเมิน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02 112 2222 ตลอดเวลาทำการ ตั้งแต่วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 08.30-24.00 น. และเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.30 น.
ข้อมูลอ้างอิง
- ราคาทองตามประกาศสมาคมค้าทองคำ. สืบค้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 จาก https://www.goldtraders.or.th/dailyprices
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการขายทองรูปพรรณ (FAQs)
ทองรูปพรรณ 1 สลึง ขายคืนได้เท่าไหร่ ?
สามารถคำนวณเบื้องต้นได้โดยนำราคารับซื้อทอง 1 บาทหารด้วย 4 ทั้งนี้ราคาที่ได้รับจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนักและความสมบูรณ์ของทองในวันที่ขาย
แหวนทอง 1 กรัม 96.5% ขายได้กี่บาท ?
แหวนทอง 1 กรัม 96.5% ไม่มีราคาขายคืนที่ตายตัว เพราะต้องพิจารณาจากราคารับซื้อทองคำในวันนั้นและน้ำหนักทองจริง รวมถึงสภาพของแหวนและเงื่อนไขของร้านรับซื้อ จึงควรตรวจสอบราคารับซื้อประจำวันก่อนนำไปขาย
ทอง 1 บาท ขายคืนร้านได้กี่บาท ?
ขึ้นอยู่กับราคารับซื้อทองรูปพรรณในวันที่ทำรายการ โดยร้านจะพิจารณาจากเปอร์เซ็นต์ความบริสุทธิ์และน้ำหนักที่ชั่งได้จริงเป็นหลัก
ทำไมขายทองรูปพรรณถึงได้เงินน้อยกว่าราคาทองวันนี้ ?
เพราะราคารับซื้อคืนและราคาขายออกเป็นคนละราคา และราคาทองรูปพรรณตอนซื้อได้รวมค่ากำเหน็จไว้แล้ว เมื่อขายคืนร้านจึงคิดจากมูลค่าเนื้อทองและน้ำหนักจริงเท่านั้น
ขายทองรูปพรรณ กับ ทองคำแท่ง ได้เงินต่างกันเท่าไหร่ ?
ต่างกันที่หลักเกณฑ์การรับซื้อ โดยทองคำแท่งมักอ้างอิงราคาตลาดโดยตรง ส่วนทองรูปพรรณต้องหักส่วนต่างตามสภาพและความเสื่อมสภาพจากการใช้งาน










