บทวิเคราะห์โดย คุณศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา, IAA
ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ จะซื้อคืนพันธบัตรในช่วงอายุ 10-20 ปี และ 20-30 ปี โดยจะเพิ่มขนาดวงเงินสูงสุดของการซื้อคืนพันธบัตรดังกล่าวอย่างน้อยเป็นสองเท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน – 4 พฤศจิกายน 2569
ผลกระทบจากประเด็นดังกล่าว
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ร่วงลง โดย Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 4.68% ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 30 ปี ร่วงลงสู่ระดับ 5.19% จากที่ในวันจันทร์ขึ้นไปแตะ 5.338% สูงสุดนับตั้งแต่ปี 2550 ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) อายุยาวทั่วโลกลดลงตาม
ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ดัชนีดอลลาร์ลดลง 0.83% แตะที่ระดับ 98.76 ขณะที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้น 0.78% สู่ $1.1664 สูงสุดในกว่า 2 เดือนครึ่ง
การซื้อคืนพันธบัตรอายุยาวของกระทรวงการคลังสหรัฐฯ คล้ายกับการทำมาตรการ QE ของเฟด แต่มีความต่างที่ไม่มีการพิมพ์เงินเข้าสู่ระบบ ซึ่งเควิน วอร์ช ประธานเฟดไม่เห็นด้วยกับการทำมาตรการ QE ของเฟด ขณะที่ Bond Yield สหรัฐฯ อายุยาวพุ่งสูงขึ้น จากแรงเทขายพันธบัตรทั่วโลก ขณะที่ปัญหาตลาดพันธบัตรสหรัฐอาจไม่ได้มาจากเงินเฟ้อและหนี้รัฐบาลอย่างเดียว แต่นักลงทุนเอกชนต่างชาติซื้อลดลง ธนาคารกลางต่างชาติยังคงขายพันธบัตรสหรัฐ
ราคาทองคำได้รับปัจจัยหนุนจาก Bond Yield สหรัฐฯ อายุยาวลดลงแรง ดอลลาร์อ่อนค่าลง ทำให้ราคาทองปรับขึ้นแรงทะลุผ่าน (Breakout) แนวต้านสำคัญที่ 4,500-4,515 ดอลลาร์ซึ่งเป็นแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ SMA 200 วันได้ ทำให้ทองคำกลับเป็นขาขึ้นได้ในระยะกลางและระยะยาว ฮั่วเซ่งเฮงคาดราคาทองคำเป้าหมายปีนี้ที่ 4,900-5,000 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 74,000-75,000 บาท แนะนำราคาทองย่อลงมาเข้าซื้อที่ราคาทอง Spot 4,425-4,455 ดอลลาร์ ราคาทองไทย 69,150-69,450 บาท








