แนวโน้มราคาทอง
ขาขึ้น
- ทองขึ้น +$188.46 หลังดอลลาร์ / บอนด์ยีลด์ร่วง
หลังคลังเข้าแทรกแซง แต่สงครามสหรัฐฯ – อิหร่าน ยังมีความเสี่ยง
Gold spot
สูงสุด – 4,524 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,324 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 68,350 บาท
ต่ำสุด – 68,050 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้มีการปรับตัวลงสู่ระดับ 98.76 หน่วย จาก 99.66 หน่วย (-0.88%) อีกทั้งบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี และ 30 ปี ได้ปรับตัวลงหลุด 4.70% และ 5.20% ลงมา สืบเนื่องมาจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า จะเพิ่มขนาดการดำเนินการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาล (Debt Buyback) มากกว่า 2 เท่า จากเดิม 2 พันล้านดอลลาร์ เป็นอย่างน้อย 4 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในตลาดตราสารหนี้ และเป็นการลดแรงกดดันด้านต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ยังมีความเสี่ยงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หลังอิหร่านกำลังพิจารณาความเป็นไปได้ในการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในยุโรป หากปธน.ทรัมป์ เปิดฉากทำสงครามครั้งใหม่ ได้แก่ ประเทศบัลแกเรีย และไซปรัส เป็นต้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้สงครามขยายวงกว้าง หนุนให้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟด เสี่ยงปรับตัวขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 9.41 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยดัชนีภาคการผลิตของเฟด สาขาฟิลาเดลเฟียเดือน ส.ค. และจำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงระยะสั้น หลังทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,515 และ 4,526 ดอลลาร์ แต่ภาพรวมได้เข้าสู่ระยะขาขึ้น จึงประเมินว่า ทองโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นอีกครั้งหลังทดสอบแนวรับที่ 4,455 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,425 ดอลลาร์ ทองอาจกลับมา Sideways
อีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,455 และ 4,425 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,515 และ 4,526 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,455 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,425 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,515 และ 4,526 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 69,450 และ 69,150 บาท
แนวต้าน : 70,050 และ 70,150 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 69,450 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,150 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 70,050 บาท











