ข่าวสารการลงทุน

“สหรัฐ” จ่อขายบอนด์ 30 ปี ยีลด์ 5.24% สูงสุดรอบ 25 ปี ภาระดอกเบี้ยทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์

14 สิงหาคม 2569|10:28 น.

“สหรัฐ” จ่อขายบอนด์ 30 ปี ยีลด์ 5.24% สูงสุดรอบ 25 ปี ภาระดอกเบี้ยทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ จับตาคลังลดออกบอนด์ยาวเพื่อลดต้นทุนกู้ยืม

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 เวลา 15.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐเตรียมออกพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปีด้วยต้นทุนการกู้ยืมสูงที่สุดในรอบประมาณ 25 ปี หลังตลาดพันธบัตรเผชิญแรงขายอย่างหนัก จนอัตราผลตอบแทนระยะยาวพุ่งขึ้นเหนือ 5% ท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ การขาดดุลงบประมาณ และปริมาณหนี้รัฐบาลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กระทรวงการคลังสหรัฐเตรียมเปิดประมูลพันธบัตรอายุ 30 ปี มูลค่า 2.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ในวันพฤหัสบดี โดยการซื้อขายก่อนการประมูลบ่งชี้ว่าอัตราผลตอบแทนอาจอยู่ที่ประมาณ 5.24% ซึ่งหากเป็นไปตามคาด จะถือเป็นต้นทุนการกู้ยืมพันธบัตรระยะ 30 ปีที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2001

สถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างแรงกดดันต่อรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลที่อยู่ในระดับสูงกำลังส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัย

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผลักดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขึ้นเหนือ 5% คือความกังวลว่าราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องรักษาอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่ตลาดเคยคาดการณ์

นอกจากนี้ตลาดยังต้องรับมือกับปริมาณพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นจากการขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง รวมถึงการออกตราสารหนี้ของภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้นเพื่อระดมเงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ขณะที่ความต้องการจากกลุ่มนักลงทุนดั้งเดิมในพันธบัตรระยะยาวเริ่มลดลง

ต้นทุนดอกเบี้ยกำลังกลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อฐานะการคลังของสหรัฐ โดยตั้งแต่ต้นปีงบประมาณจนถึงปัจจุบัน รัฐบาลมีภาระดอกเบี้ยหนี้สาธารณะแล้วประมาณ 1.17 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 15% ส่วนหนึ่งเป็นผลจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง

ก่อนหน้านี้ การประมูลพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีเมื่อวันพุธให้อัตราผลตอบแทนสูงที่สุดสำหรับพันธบัตรอายุดังกล่าวนับตั้งแต่ปี 2007 ยิ่งตอกย้ำว่าต้นทุนการระดมทุนของรัฐบาลสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้นในหลายช่วงอายุ

ปัจจุบันมูลค่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่คงค้างในตลาดอยู่ที่ประมาณ 31 ล้านล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่านับตั้งแต่ปี 2018 และมากกว่าช่วงปี 2001 ราว 10 เท่า

ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ตลาดเริ่มคาดการณ์ว่า กระทรวงการคลังอาจพิจารณา ลดปริมาณการออกพันธบัตรระยะยาว และหันไปพึ่งพาตราสารหนี้อายุสั้นมากขึ้น เพื่อลดภาระจากอัตราผลตอบแทนระยะยาวที่สูง

ความคาดหวังดังกล่าวเกิดขึ้นหลังกระทรวงการคลังปรับถ้อยคำเกี่ยวกับแผนการออกหนี้ จากเดิมที่ระบุว่ากำลังประเมินการเพิ่มปริมาณการออกพันธบัตร มาเป็นการพิจารณาเปลี่ยนแปลงปริมาณการออก ซึ่งนักลงทุนตีความว่าเปิดช่องให้รัฐบาลลดการขายพันธบัตรระยะยาวได้

หากรัฐบาลจำเป็นต้องเพิ่มการระดมทุนในอนาคต ตลาดคาดว่าอาจให้น้ำหนักกับพันธบัตรอายุ 2-7 ปี รวมถึงตั๋วเงินคลังอายุไม่เกิน 1 ปีมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวทางดังกล่าวแม้ช่วยหลีกเลี่ยงต้นทุนดอกเบี้ยระยะยาวที่สูง แต่จะเพิ่ม ความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ เพราะรัฐบาลต้องหมุนหนี้บ่อยขึ้น

ภาพรวมจึงสะท้อนความท้าทายด้านการคลังของสหรัฐฯ ที่กำลังชัดเจนขึ้น เมื่อหนี้จำนวนมหาศาลต้องเผชิญกับยุคดอกเบี้ยสูง ขณะที่นักลงทุนต้องการผลตอบแทนมากขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อและการขาดดุลงบประมาณ ทำให้การกู้ยืมด้วยต้นทุนสูงระดับหลายทศวรรษอาจกลายเป็นภาวะที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐต้องเผชิญต่อไป

อ้างอิง : bloomberg.com
ที่มา : การเงินธนาคาร

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
trump 300668

ทรัมป์เร่งเฟดหั่นดบ.เหลือ 1% หลังเพิ่งปรับขึ้น แม้ย้ำยังเชื่อมั่น เควิน วอร์ช

11:22 น.

 
saudi oil

น้ำมันร่วงต่อ! ซาอุฯ แก้เกม เปิดทางถ่ายน้ำมันเรือสู่เรือ คลายกังวลอุปทานสะดุดหลังท่อ East-West ถูกโจมตี

11:16 น.

 
trump cnn

“ทรัมป์” ขู่ขึ้นภาษีอียู ปมเปิดทาง “แคนาดา” เข้าเป็นสมาชิกสมทบ

10:26 น.

 
trump warsh

ทรัมป์เดือดหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย ลั่นควรลดเหลือ 1% ย้ำสหรัฐฯ เครดิตดีที่สุดในโลก

10:20 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า