ข่าวสารการลงทุน

ค่าระวางเรือแถวฮอร์มุซ ‘พุ่งรุนแรง’ สูง ‘เกือบ 16 ล้านบาท’ ต่อวัน

11 สิงหาคม 2569|11:30 น.

สงครามอิหร่านเขย่าตลาดน้ำมันโลก หลังความเสี่ยงถูกยิงใน ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’ ทำเจ้าของเรือจำนวนมากไม่กล้าเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ดันค่าระวางซูเปอร์แทงเกอร์เส้นทางตะวันออกกลาง–จีน พุ่ง ‘เกือบ 16 ล้านบาทต่อวัน’ มากกว่าสองเท่าจากช่วงก่อนสงคราม

ต้นทุนการเช่า “เรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์” หรือซูเปอร์แทงเกอร์ เพื่อขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางไปยังจีน พุ่งเข้าใกล้ระดับ “เกือบ 500,000 ดอลลาร์” (ราว 16 ล้านบาท) ต่อวัน หลังสงครามอิหร่านทำให้เจ้าของเรือจำนวนมากไม่กล้าแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้จำนวนเรือที่พร้อมรับงานในอ่าวเปอร์เซียลดลงอย่างมาก และดันค่าระวางให้แพงขึ้น

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า อัตราค่าระวางในเส้นทางมาตรฐานจากตะวันออกกลางไปยังจีน หรือที่อุตสาหกรรมเรียกว่า “TD3” ถูกประเมินเมื่อวันศุกร์ที่ 498,000 ดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน และเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 428,000 ดอลลาร์ต่อวันเมื่อสัปดาห์ก่อน

หากย้อนกลับไปช่วงก่อนสงครามอิหร่านปะทุขึ้น ค่าระวางในเส้นทางเดียวกันอยู่ที่เพียง “ราว 200,000 ดอลลาร์” ต่อวันเท่านั้น หมายความว่า ต้นทุนการเช่าเรือในเส้นทางดังกล่าวเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในช่วงสงคราม

แรงกดดันล่าสุดเกิดขึ้นหลัง Sinokor Group บริษัทเดินเรือของเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นเจ้าของกองเรือซูเปอร์แทงเกอร์รายใหญ่ที่สุดของโลก ตกลงในเบื้องต้นที่จะปล่อยเรือลำหนึ่งไปรับน้ำมันจากภายในอ่าวเปอร์เซียเพื่อขนส่งมายังเอเชีย ด้วยค่าระวางที่สูงลิ่ว

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นใน “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันและก๊าซจากตะวันออกกลาง หลังเรือที่พยายามเดินทางผ่านช่องแคบแห่งนี้ ยังคงถูกโจมตีเป็นระยะ

ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ทำให้เจ้าของเรือจำนวนมากหลีกเลี่ยงการรับงานจากท่าเรือภายในอ่าวเปอร์เซีย

ปัจจุบัน การขนส่งน้ำมันจำนวนมากจากภายในอ่าวเปอร์เซียจึงต้องพึ่งพาเรือที่อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทพลังงานในตะวันออกกลาง รวมถึง Sinokor และบริษัทเดินเรือขนาดเล็กอีกไม่กี่แห่งที่ยอมรับความเสี่ยงในการเข้าสู่พื้นที่พิพาท

วาณิชธนกิจ Clarksons Securities ระบุว่า เจ้าของเรือที่ยอมเข้าไปรับน้ำมัน “ภายในช่องแคบฮอร์มุซ” กำลังได้รับสิ่งที่เรียกว่า “Scarcity Premium” หรือค่าตอบแทนส่วนเพิ่มจากภาวะเรือขาดแคลน เนื่องจากจำนวนผู้ประกอบการที่พร้อมเสี่ยงนำเรือเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย มีเพียงไม่กี่ราย

ความแตกต่างของค่าระวางสะท้อนความเสี่ยงดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยเรือที่รับน้ำมันจากบริเวณอ่าวโอมานและเดินทางไปเอเชีย สามารถทำรายได้ประมาณ 147,000 ดอลลาร์ต่อวันเท่านั้น เทียบกับ “เกือบ 500,000 ดอลลาร์ต่อวัน” สำหรับเส้นทางมาตรฐานที่ต้องเข้าไปรับน้ำมันภายในอ่าวเปอร์เซีย

นั่นหมายความว่า เจ้าของเรือที่ “ยอมเสี่ยง” เดินทางผ่านฮอร์มุซ สามารถเรียกค่าระวางได้ “มากถึงกว่า 3 เท่า”

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนว่า สงครามอิหร่านไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อราคาน้ำมันหรือปริมาณพลังงานที่ไหลออกจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่กำลังผลัก “ต้นทุนการขนส่ง” ให้กลายเป็นอีกหนึ่งความเสี่ยงสำคัญของตลาดพลังงานโลก

ตราบใดที่เรือพาณิชย์ยังเผชิญความเสี่ยงถูกโจมตี และเจ้าของเรือส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมกลับเข้าสู่อ่าวเปอร์เซีย ค่าพรีเมียมสำหรับการเสี่ยงเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ก็มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง และอาจถูกส่งต่อไปยังต้นทุนการนำเข้าน้ำมันของประเทศในเอเชียในท้ายที่สุด

อ้างอิง: bloomberg
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
us oil

“น้ำมันสำรองฉุกเฉินสหรัฐ” ร่วงต่ำกว่า 300 ล้านบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 43 ปี

11:55 น.

 
HSH FOMC Gold Impact Website

หากเฟดลดการประชุม FOMC เหลือปีละ 6 ครั้ง ทองคำอาจผันผวนมากขึ้นตามข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และการจ้างงานอาจสำคัญขึ้น การประชุมแต่ละครั้งอาจกระทบตลาดแรงกว่าเดิม

14:00 น.

 
iran nuclear bloomberg

สื่อเผย คาเมเนอี-เปเซชเคียน ถกนาน 7 ชั่วโมง หารือปัญหารุมเร้าอิหร่าน

09:49 น.

 
trump cnn

ทรัมป์แสบ! ใช้เกลือจิ้มเกลือ ทวงอิหร่านจ่ายค่าชดเชย

09:47 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า