แนวโน้มราคาทอง
พักตัวลงก่อนขึ้นต่อ
- ทองขึ้น $165.99 หลังสหรัฐฯ เผยตัวเลขเศรษฐกิจแผ่ว จับตาช่องแคบฮอร์มุซและสงครามการค้า
รอบใหม่
Gold spot
สูงสุด – 4,267 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,065 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,500 บาท
ต่ำสุด – 64,500 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังไม่สามารถทะลุแนวต้านทางจิตวิทยาที่ 100 หน่วยขึ้นไปได้ สืบเนื่องมาจากสหรัฐฯ เผยดัชนี PMI ภาคบริการ และตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP Non-Farm) ออกมาน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ในขณะที่ ปธน.ทรัมป์ ได้กล่าวว่า สหรัฐฯ ใกล้บรรลุข้อตกลงกับอิหร่านเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงการรับประกันความมั่นคงในการเดินเรือ โดยการหารือกับอิหร่านเป็นไปอย่างดีมาก และข้อตกลงอาจเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จากปัจจัยข้างต้น อาจหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟดมีแนวโน้มลดลงในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำ นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า ได้ออกมาตรการตอบโต้ เพื่อตอบสนองต่อการดำเนินการล่าสุดของสหรัฐฯ ด้วยการเพิ่มความเข้มงวดในการส่งออกโดรน ชิ้นส่วนสำคัญ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ภายหลังที่ สหรัฐฯ มีการสั่งห้ามนำเข้าหุ่นยนต์และอินเวอร์เตอร์ไฟฟ้าบางประเภทจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวอาจหนุนทองคำผ่านความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์ ทางด้านกองทุน SPDR ซื้อทองคำ 4.85 ตัน
ประเด็นที่ต้องติดตาม
วันนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกมีการปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้านใหม่ที่ 4,300 ดอลลาร์ เนื่องจากกราฟราย 1 ชั่วโมงมีสัญญาณเตือนแรงซื้อที่สูงเกินไป แต่ภาพใหญ่ทองมีแนวโน้มเข้าสู่ระยะขาขึ้น จึงประเมินว่า ทองโลกอาจมีการฟื้นตัวขึ้นอีกครั้งหลังทดสอบแนวรับที่ 4,250 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,230 ดอลลาร์ ทองโลกอาจมีการปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,250 และ 4,230 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,300 และ 4,330 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,250 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,230 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,300 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 66,700 และ 66,500 บาท
แนวต้าน : 67,200 และ 67,500 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,700 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,500 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ในขณะที่จุดขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 67,200 บาท











