ข้อมูลจาก World Gold Council (WGC) ความต้องการซื้อทองคำสุทธิของธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2026 โดยแตะระดับ 289 ตัน เพิ่มขึ้นมากกว่า 5 เท่าเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกที่อยู่ที่ 57 ตัน และนับเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับไตรมาส 2
แรงขับเคลื่อนสำคัญของการเพิ่มขึ้นในครั้งนี้มาจากการสะสมทองคำต่อเนื่องของธนาคารกลางหลายประเทศ โดยเฉพาะ
- โปแลนด์ เพิ่มการถือครอง 51 ตัน
- จีน เพิ่มการถือครอง 33 ตัน
- อุซเบกิสถาน เพิ่ม 16 ตัน
- คาซัคสถาน เพิ่ม 15 ตัน
- จอร์แดน เพิ่ม 6 ตัน
- สาธารณรัฐเช็ก เพิ่ม 6 ตัน
ขณะที่ในฝั่งผู้ขาย ธนาคารกลางรัสเซียเป็นผู้ขายรายใหญ่ที่สุด โดยลดการถือครองลง 22 ตัน ขณะที่ตุรกี ซึ่งเคยเป็นผู้ขายรายใหญ่ในไตรมาสแรก รายงานการขายทองคำเพิ่มอีก 4 ตันในไตรมาสนี้
เมื่อรวมทั้งครึ่งปีแรกของปี 2026 ความต้องการทองคำสุทธิจากธนาคารกลางอยู่ที่ 345 ตัน ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดสำหรับช่วงครึ่งปีแรกนับตั้งแต่ปี 2022 (241 ตัน)
ทางด้านนักลงทุน ETF ข้อมูลระบุว่า ความต้องการลงทุน (ไม่รวมธุรกรรมนอกตลาด หรือ OTC) ลดลงเหลือ 262 ตัน โดยกองทุน ETF มีเงินไหลออกสุทธิ 45 ตันในไตรมาสดังกล่าว แรงขายส่วนใหญ่เกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักลงทุนตอบสนองต่อปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งราคาทองคำที่อ่อนตัว อัตราผลตอบแทนที่แท้จริงปรับสูงขึ้น ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า รวมถึงความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี
ETF ในภูมิภาคอเมริกาเหนือเป็นแรงขายหลัก ในครึ่งปีแรกอ่อนแอที่สุดนับตั้งแต่ปี 2013 อย่างไรก็ดี ภาพรวมการถือครอง ETF ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นสุทธิ 18 ตันในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 จากแรงซื้อในเอเชียและความต้องการในยุโรปที่ยังคงมีอยู่
ในขณะเดียวกัน การลงทุนในทองคำจริงยังคงแข็งแกร่ง โดยความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทั่วโลกอยู่ที่ 307 ตันในไตรมาส 2 ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลงจากระดับสูงมากในไตรมาสแรก

Source: Metals Focus, Refinitiv GFMS, ICE Benchmark Administration, World Gold Council
จีนยังคงเป็นตลาดลงทุนรายย่อยที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีความต้องการทองคำแท่งและเหรียญ 107 ตันในไตรมาส 2 และรวม 314 ตันในครึ่งปีแรก ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปัจจัยหนุนหลักมาจากอัตราผลตอบแทนในประเทศที่อยู่ในระดับต่ำ ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
ด้านอินเดีย ความต้องการลงทุนยังเติบโตต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 50 ตัน จากแรงซื้อในช่วงราคาปรับตัวลง
นอกจากนี้ ความต้องการทองคำในตลาดนอกระบบ (OTC) ยังอยู่ในระดับสูงเป็นพิเศษ โดยแตะ 327 ตันในไตรมาส 2 และรวม 571 ตันในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งข้อมูลเชิงพฤติกรรมบ่งชี้ว่าแรงซื้อส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคเอเชีย
ที่มา : World Gold Council, Kitco









