เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยว่า อิหร่านจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นคำยืนยันจากฝ่ายอิหร่าน หลังจากที่สื่อหลายสำนักรายงานก่อนหน้าว่ากองทัพสหรัฐฯ ได้ระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว
รายงานระบุว่า หลังจากสหรัฐฯ เดินหน้าโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักหน่วงติดต่อกัน 13 คืน กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (เพนตากอน) ได้สั่งระงับปฏิบัติการดังกล่าวเมื่อช่วงค่ำวันศุกร์ (24 ก.ค.) โดยไม่มีรายงานการโจมตีจากสหรัฐฯ ทั้งในวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (25-26 ก.ค.) ขณะที่อิหร่านก็ได้ระงับการโจมตีเป็นเวลา 2 วันเช่นกัน
สำนักข่าว CBS News รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าวในภูมิภาคสองราย ระบุว่า สหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่านเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ส่งผลกระทบ ในขณะที่คณะผู้แทนจากโอมานกำลังเยือนอิหร่านเพื่อเจรจาเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง
ด้าน The New York Times รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ระงับแผนการยกระดับการโจมตีอิหร่าน หลังจากคณะที่ปรึกษาอาวุโสเตือนว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของสหรัฐฯ กำลังลดน้อยลง ขณะที่พลเอก แดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม เตือนว่า การเปิดปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่อีกครั้งอาจทำให้ขีปนาวุธสกัดกั้นที่มีอยู่ในคลังแสงถูกใช้จนหมด
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ได้ยิงขีปนาวุธสกัดกั้นแพทริออตไปแล้วกว่า 1,200 ลูก โดยแต่ละลูกมีราคามากกว่า 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านยังคงมีจุดยืน ตาต่อตา ฟันต่อฟัน แต่หากสหรัฐฯ ระงับการโจมตีอิหร่าน อิหร่านก็จะระงับการโจมตีด้วยด้วยเช่นกัน พร้อมกับกล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังแลกเปลี่ยนข่าวสารกับอิหร่านผ่านตัวกลาง ซึ่งรวมถึงปากีสถานและกาตาร์
บากาอียังกล่าวด้วยว่า สิ่งที่อิหร่านให้ความสำคัญในขณะนี้คือการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของอิหร่าน ตลอดจนปกป้องประชาชนของอิหร่านจากอาชญากรรมสงครามที่ก่อขึ้นโดยสหรัฐฯ
ด้านไมค์ วอลซ์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาขานรับความเคลื่อนไหวดังกล่าว โดยเขากล่าวกับสถานีโทรทัศน์ Fox News และสื่ออื่น ๆ ของสหรัฐฯ ว่า การที่ปธน.ทรัมป์ตัดสินใจระงับการโจมตีอิหร่าน จะช่วยเปิดโอกาสและเพิ่มเวลาให้กับกระบวนการทางการทูต
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควท์








