สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลกลางต้องปิดทำการ (Government Shutdown) ก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะขยายการใช้จ่ายของภาครัฐไปจนถึงวันที่ 4 ธันวาคม
ร่างงบประมาณชั่วคราว หรือที่เรียกว่า “Continuing Resolution” ได้รับการอนุมัติด้วยคะแนนเสียง 220 ต่อ 205 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปตามแนวเส้นแบ่งพรรคการเมือง จากนั้นจะถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภา ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคจึงจะผ่านความเห็นชอบได้
ทั้งนี้ อำนาจการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลชุดปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดปีงบประมาณ โดยผู้นำพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนฯ เห็นว่าการเร่งผ่านร่างกฎหมายนี้มีความจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคเดโมแครตในวุฒิสภาใช้กลไกทางการเมืองขัดขวางงบประมาณ
ที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตเคยขัดขวางมาตรการด้านงบประมาณมาแล้วหลายครั้ง เช่น การประท้วงนานถึง 43 วันเมื่อปีที่แล้วจากประเด็นการหมดอายุของเครดิตภาษีด้านสุขภาพ และอีกสองครั้งในปีนี้เพื่อผลักดันการปฏิรูปนโยบายตรวจคนเข้าเมือง
นายทอม โคล ประธานคณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนฯ ซึ่งเป็นผู้ผลักดันร่างกฎหมายนี้ ระบุว่า ฝ่ายรีพับลิกันไม่ต้องการให้ความขัดแย้งทางการเมืองนำไปสู่การปิดทำการของรัฐบาลอีกครั้ง จึงเลือกดำเนินการล่วงหน้าแทนการแก้ปัญหาเมื่อเกิดวิกฤตแล้ว
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายเดโมแครตแสดงท่าทีสนับสนุนการหลีกเลี่ยงชัตดาวน์ แต่ไม่เห็นด้วยกับรายละเอียดของร่างกฎหมาย โดยนางโรซา เดอลอโร สมาชิกระดับสูงของพรรคเดโมแครตในคณะกรรมาธิการงบประมาณ ระบุว่าร่างดังกล่าวถูกจัดทำอย่างเร่งรีบ และมีการจัดสรรงบให้หน่วยลาดตระเวนชายแดนโดยไม่มีการปฏิรูปที่เพียงพอ
สถานการณ์งบประมาณของสหรัฐยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากแม้สภาผู้แทนฯ จะผ่านร่างงบประมาณประจำปี 2027 ไปแล้วบางส่วน แต่วุฒิสภายังไม่สามารถผ่านร่างใดได้เลย และการเจรจาระหว่างสองพรรคยังคงมีช่องว่าง
หากวุฒิสภาไม่สามารถผ่านร่างงบประมาณชั่วคราวฉบับนี้ได้ทันเวลา การเจรจาจะทวีความเข้มข้นขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่สภาคองเกรสกลับมาประชุมอีกครั้ง หลังจากปิดสมัยประชุมในเดือนสิงหาคม โดยมีเส้นตายปลายเดือนเป็นแรงกดดันสำคัญ
ทั้งนี้ การเจรจาดังกล่าวอาจมีความซับซ้อนมากขึ้นจากบรรยากาศทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งพรรคเดโมแครตหวังจะกลับมาควบคุมสภาผู้แทนฯ และอาจรวมถึงวุฒิสภา หากสามารถคว้าที่นั่งเพิ่มได้อย่างน้อย 3 ที่นั่งในรัฐที่เคยสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ในอดีต
ที่มา : The Guardian








