ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ยกระดับความรุนแรงสงครามอิหร่าน-สหรัฐ ซ้ำเติมช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
บลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นหลังจากกลุ่มติดอาวุธฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดเผยว่า ได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย 2 ลำในทะเลแดง ซึ่งเป็นการยกระดับความขัดแย้งในตะวันออกกลางและส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันที่รุนแรงขึ้น
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส West Texas Intermediate (WTI) ปรับตัวขึ้นมากถึงเกือบ 2 % ไปซื้อขายเหนือระดับ 88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี (23 ก.ค. 69)
ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ Brent พุ่งสูงขึ้นเหนือระดับ 95 ดอลลาร์ในการซื้อขายหลังปิดตลาดวันพุธ ทางกลุ่มฮูตีระบุว่า ได้ใช้ขีปนาวุธและโดรนโจมตีเรือทั้งสองลำเนื่องจากละเมิดมาตรการปิดล้อมที่ประกาศในทะเลแดง โดยระบุชื่อเรือบรรทุกน้ำมันดังกล่าวว่า Encelia และ Layla
สำนักงานปฏิบัติการการค้าทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) เปิดเผยว่า มีเรือลำหนึ่งถูกโจมตีทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอัล ชูไกก์ (Al Shuqaiq) ประเทศซาอุดีอาระเบีย จนเกิดเพลิงไหม้บนเรือ ทั้งนี้ UKMTO ไม่ได้ระบุชื่อเรือลำดังกล่าว
การโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในทะเลแดงเป็นครั้งแรกนี้ ถือเป็นการเปิดแนวรบใหม่ในความขัดแย้งตะวันออกกลาง ซึ่งได้สร้างความติดขัดให้กับการสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซหลังจากเกิดเหตุความรุนแรงปะทุขึ้น โดยในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา อิหร่านได้โจมตีเรือในเส้นทางเดินเรือแคบๆ แห่งนี้ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญสำหรับการส่งออกของอ่าวเปอร์เซีย
ทะเลแดงกลายเป็นเส้นทางส่งออกทางเลือกสำคัญที่ซาอุดีอาระเบียพึ่งพามากขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ โดยปริมาณการขนส่งจากท่าเรือฝั่งทะเลแดงของซาอุดีอาระเบียพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงไม่กี่วันและไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่กลุ่มฮูตีจะขู่ปิดล้อมเรือในสัปดาห์นี้
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ








