ข่าวสารการลงทุน

สหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายกำหนด “เวลาออมแสง” ถาวร ยกเลิกการปรับนาฬิกาปีละ 2 ครั้ง

16 กรกฎาคม 2569|11:29 น.

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบผ่านร่างกฎหมาย “Sunshine Protection Act” เพื่อกำหนดให้ใช้เวลาออมแสง (Daylight Saving Time) เป็นเวลามาตรฐานถาวรตลอดทั้งปี ซึ่งจะถือเป็นการยุติธรรมเนียมปฏิบัติที่ชาวอเมริกันต้องปรับนาฬิกาเพิ่มและลด 1 ชั่วโมงปีละ 2 ครั้ง ที่ดำเนินมาตั้งแต่ทศวรรษ 1960

ในการลงมติเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 ก.ค.) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากทั้งสองพรรคมีมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 308 ต่อ 117 เสียง ส่งผลให้ร่างกฎหมายนี้ถูกส่งต่อไปยังวุฒิสภาเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งหากมีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย ชาวอเมริกันจะไม่ต้องปรับนาฬิกาถอยหลังกลับสู่เวลามาตรฐานในเดือนพฤศจิกายนอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม รัฐที่ไม่เคยใช้ระบบเวลาออมแสงมาก่อน เช่น ฮาวาย และแอริโซนา รวมถึงดินแดนของสหรัฐฯ อย่างเปอร์โตริโกและหมู่เกาะเวอร์จิน สามารถเลือกที่จะไม่เข้าร่วมระบบนี้ได้

นายเวิร์น บูแชนัน สส. พรรครีพับลิกันจากรัฐฟลอริดา ผู้เสนอร่างกฎหมายนี้เมื่อเดือนมกราคม 2025 ระบุว่า การปรับเปลี่ยนนาฬิกาส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนระบุว่า การยกเลิกปรับนาฬิกาจะช่วยลดปัญหาการนอนหลับแปรปรวน ลดอุบัติเหตุในที่ทำงานและบนท้องถนน อีกทั้งการมีแสงแดดในช่วงเย็นที่ยาวนานขึ้นจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงฤดูหนาวได้เป็นอย่างดี

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งให้การสนับสนุนแนวคิดนี้อย่างเต็มที่และเคยโพสต์สนับสนุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า มาตรการนี้จะช่วยขจัดความยุ่งยากและค่าใช้จ่ายในการปรับนาฬิกาปีละสองครั้ง ซึ่งจะช่วยประหยัดเงินให้ชาวอเมริกันได้หลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี

แม้ร่างกฎหมายจะผ่านสภาล่างได้ แต่ยังคงเผชิญกับเสียงคัดค้านจากสมาชิกวุฒิสภาบางส่วน นำโดยนายทอม คอตตัน สว. พรรครีพับลิกันจากรัฐอาร์คันซอ ที่แย้งว่าการใช้เวลาออมแสงถาวรจะทำให้พระอาทิตย์ขึ้นช้ากว่าปกติ 1 ชั่วโมงในฤดูหนาว โดยบางพื้นที่อาจมืดจนถึงเกือบ 09:00 น. ซึ่งจะบีบบังคับให้เด็กนักเรียน ผู้ใช้แรงงานก่อสร้าง และเกษตรกร ต้องเดินทางไปเรียนหรือทำงานท่ามกลางความมืดมิด ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

นอกจากนี้ กลุ่ม “Airlines for America” ซึ่งเป็นตัวแทนสายการบินหลักของสหรัฐฯ ได้แสดงความกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงเวลาดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมการบิน ทั้งในเรื่องความโกลาหลของผู้โดยสาร การจัดตารางบินของลูกเรือและเครื่องบิน รวมถึงปัญหาการเชื่อมต่อเที่ยวบินทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ซึ่งจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการปรับตัวเพื่อรองรับความซับซ้อนในระดับโลกนี้

สหรัฐฯ เริ่มนำระบบเวลาออมแสง (DST) มาใช้ตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อขยายเวลาแสงแดดในช่วงบ่ายและประหยัดพลังงานเชื้อเพลิง ก่อนจะนำกลับมาใช้อีกครั้งในสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีการออกกฎหมายกำหนดเวลามาตรฐานทั่วประเทศในปี 1966

ในอดีต สหรัฐฯ เคยทดลองใช้เวลาออมแสงถาวรตลอดทั้งปีมาแล้วในปี 1974 เพื่อรับมือกับวิกฤตการณ์พลังงาน แต่ในครั้งนั้นกระแสสังคมตีกลับอย่างรุนแรงเนื่องจากประชาชนไม่พอใจ จนทำให้รัฐสภาต้องยกเลิกกฎหมายดังกล่าวในปีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นายแฟรงก์ พัลโลน สส. พรรคเดโมแครต ชี้ว่าในปัจจุบัน พฤติกรรมการเดินทางและการทำงานของผู้คนได้เปลี่ยนไปจากอดีตมาก และมีเด็กนักเรียนที่เดินเท้าไปโรงเรียนน้อยลงกว่าแต่ก่อนอย่างมีนัยสำคัญ จึงถึงเวลาแล้วที่จะยุติวงจรการปรับนาฬิกาเดินหน้าและถอยหลังเสียที

ปัจจุบันในยุโรปมีเพียงอาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจาน เบลารุส จอร์เจีย ไอซ์แลนด์ รัสเซีย และตุรกีเท่านั้นที่ไม่ใช้เวลาออมแสง ส่วนในแอฟริกา อียิปต์เป็นประเทศเดียวที่ใช้เวลาออมแสง.

ที่มา Reuters / BBC / ไทยรัฐออนไลน์

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
1000 670 (1)12345678

ภาษีทรัมป์รอบใหม่ ทำไมอาจหนุน “ทองโลก”แต่ทำให้ “ทองไทย” มีตัวแปรมากกว่าเดิม

16:57 น.

 
redsea

ฮูตีเปิดแนวรบใหม่ ‘ทะเลแดง’ จับตา ‘คลองสุเอซ’ บรรเทาวิกฤติน้ำมันเอเชียได้ไหม ?

10:08 น.

 
trump cnn

ทรัมป์ขู่ถล่มอิหร่าน,ฮูตี หากฮูตีโจมตีเรืออีกครั้ง

09:38 น.

 
oil rise 1

น้ำมันดิบ BRENT ทะลุ $100 WTI ทะลุ $92 หลังฮูตีโจมตีเรือซาอุฯ

09:37 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า