นักลงทุนต่างชาติซื้อ “สินทรัพย์สหรัฐ” สุทธิ 132,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤษภาคม หุ้นสหรัฐรับเม็ดเงินสูงสุด ดันยอดซื้อหลักทรัพย์ระยะยาวรอบ 12 เดือน แตะ 1.33 ล้านล้านดอลลาร์
วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 04.34 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยในรายงาน Treasury International Capital (TIC) ประจำเดือนว่า นักลงทุนต่างชาติซื้อสินทรัพย์ทางการเงินของสหรัฐสุทธิ 132,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนพฤษภาคม สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐ แม้ตลาดยังจับตาทิศทางเงินเฟ้อและนโยบายอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)
ข้อมูลระบุว่า ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อหลักทรัพย์ระยะยาวของสหรัฐสุทธิรวม 1.33 ล้านล้านดอลลาร์ โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐที่ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง หลังนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสหรัฐฯ สุทธิ 134,000 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมในช่วง 12 เดือนอยู่ที่ 909,000 ล้านดอลลาร์ ท่ามกลางตลาดหุ้นสหรัฐที่ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต่างชาติได้ ลดการถือครองตั๋วเงินคลังสหรัฐ (Treasury Bills) ซึ่งเป็นพันธบัตรอายุสั้น ลง 43,500 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม ความเคลื่อนไหวดังกล่าวได้รับความสนใจจากตลาด เนื่องจากเกิดขึ้นในช่วงที่นักลงทุนกำลังประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และผลกระทบต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในระยะสั้น
ในส่วนของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 56,600 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม ขณะที่ยอดซื้อสุทธิสะสมตลอด 12 เดือนที่ผ่านมาอยู่ที่ 290,000 ล้านดอลลาร์
นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติยังเข้าซื้อ หุ้นกู้ภาคเอกชนของสหรัฐฯ (Corporate Bonds) สุทธิ 52,500 ล้านดอลลาร์ ในเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ยอดซื้อสุทธิสะสมในรอบ 12 เดือนเพิ่มขึ้นเป็น 449,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ภาคเอกชนของสหรัฐที่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง แม้ตลาดยังเผชิญความไม่แน่นอนเกี่ยวกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : www.reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








