“สหรัฐ” ยืนยันเดินหน้าหารือระดับเจ้าหน้าที่กับอิหร่าน แม้ทั้งสองฝ่ายโจมตีทางทหารในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
วันที่ 10 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.52 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า รัฐบาลสหรัฐเปิดเผยว่า จะเดินหน้าจัดการหารือในระดับเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค (Technical Talks) กับอิหร่านต่อไป และยังคงมุ่งหาทางออกเพื่อคลี่คลายความขัดแย้ง แม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเพิ่งแลกเปลี่ยนการโจมตีทางทหารในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา
สำนักข่าว MS Now รายงานโดยอ้างเจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจน พร้อมระบุว่าการที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นการก่อการร้าย และเป็นพฤติกรรมที่สหรัฐไม่อาจยอมรับได้
เจ้าหน้าที่สหรัฐ ยังระบุว่า บันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding: MOU) ระหว่างสหรัฐและอิหร่านเป็นข้อตกลงที่ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามเงื่อนไขของทั้งสองฝ่าย โดยการกระทำของอิหร่านถือเป็นการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงในระดับที่ไม่อาจยอมรับได้ อย่างไรก็ตามสหรัฐจะยังคงเดินหน้าการเจรจากับอิหร่านต่อไป
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากทรัมป์กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดนาโตที่กรุงอังการา ประเทศตุรกี ว่าข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่านสิ้นสุดลงแล้ว สะท้อนให้เห็นว่าข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายลงนามไว้เมื่อเดือนก่อนกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันอีกครั้งในสัปดาห์นี้
ทรัมป์ยังกล่าวระหว่างเดินทางกลับจากการประชุมว่า อิหร่านได้ติดต่อมายังสหรัฐเพื่อขอเจรจายุติการสู้รบที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง แต่เขายังไม่มั่นใจว่าอิหร่านจะปฏิบัติตามข้อตกลงหรือไม่
“พวกเขาเพิ่งโทรมาไม่นานนี้ พวกเขาต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก แต่ผมไม่แน่ใจว่าพวกเขาน่าเชื่อถือพอหรือไม่ และไม่รู้ว่าจะรักษาข้อตกลงได้หรือเปล่า นั่นคือปัญหา” ทรัมป์กล่าว
ด้านรัฐบาลอิหร่านกล่าวหาสหรัฐว่าเป็นฝ่ายละเมิดบันทึกความเข้าใจ โดยอ้างถึงการที่สหรัฐไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเกี่ยวกับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ การข่มขู่ที่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารเพิ่มเติม รวมถึงการกลับมาบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรการส่งออกน้ำมันของอิหร่านอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐได้เปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้อิหร่าน หลังเรือพาณิชย์ 3 ลำที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซถูกโจมตี ขณะที่กระทรวงการคลังสหรัฐได้ยกเลิกข้อยกเว้นที่เคยอนุญาตให้อิหร่านสามารถส่งออกน้ำมันได้ ส่งผลให้มาตรการคว่ำบาตรด้านพลังงานกลับมามีผลเต็มรูปแบบอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันตอบสนองอย่างค่อนข้างจำกัด โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนกันยายนปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ประมาณ 76.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบ WTI ของสหรัฐอยู่ที่ 71.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ในตลาดเอเชีย
อ้างอิง : www.cnbc.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








