แนวโน้มราคาทอง
Sideways Up
- ทองขึ้น จากดอลลาร์ร่วงลงต่อเนื่อง หลังราคาน้ำมันดิบร่วง แต่ CME ยังคาดการณ์เฟดขึ้นดอกเบี้ย
Gold spot
สูงสุด – 4,195 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,120 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 65,650 บาท
ต่ำสุด – 65,400 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) มีแนวโน้มย่อตัวลงหลุด 101 หน่วยลงไป ในขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI ปรับตัวลง หลังตลาดคาดการณ์ว่า ความพยายามสร้างสันติภาพในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่านอาจประสบความสำเร็จ และกำลังการผลิตน้ำมันของประเทศคูเวตดีดตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงในเดือน มิ.ย. สู่ระดับ 1.65 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมเพียง 0.58 ล้านบาร์เรลต่อวันในเดือน พ.ค. จากปัจจัยข้างต้น อาจส่งผลช่วยให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระยะสั้นลดลง ซึ่งอาจเปิดโอกาสให้เฟดผ่อนคลายนโยบายการเงินได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตาม FedWatch Tool ของ CME Group ยังคงคาดการณ์ว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในเดือน ต.ค. 2026 หลังเงินเฟ้อยังคงทรงตัวสูง ซึ่งอาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงได้เช่นกัน
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ทองโลกสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่ที่ 4,160 ดอลลาร์ และภาพรวมเริ่มมีลักษณะ Sideways Up จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นอีกต่อเนื่องทดสอบแนวต้านที่ 4,205 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,130 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงที่จะปรับฐานลงอีกครั้ง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,160 และ 4,130 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,205 และ 4,220 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,205 ดอลลาร์ และซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,160 ดอลลาร์ และทยอย แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,130 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 65,300 และ 65,000 บาท
แนวต้าน 65,750 และ 66,000 บาท
แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 65,750 บาท และทยอยซื้อสะสมหากระยะสั้น ราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 65,300 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 65,000 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











