แนวโน้มราคาทอง
Sideways Down
- ทองลง จากดอลลาร์แข็งค่า ขณะนักลงทุนขายทองชดเชยผลขาดทุนหุ้น AI และกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย
Gold spot
สูงสุด – 4,122 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,050 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 64,700 บาท
ต่ำสุด – 64,200 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ยังคงปรับตัวขึ้นยืนเหนือ 100 หน่วย ได้อย่างมั่นคง ในขณะที่แรงเทขายทองคำส่วนหนึ่งมาจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P500 และ Nasdaq เผชิญกับแรงขายทางจิตวิทยาเรื่องกระแส AI ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนเลือกปรับลดการถือครองสัญญาทองคำเพื่อนำกระแสเงินสดไปชดเชยผลขาดทุนในพอร์ตโฟลิโอส่วนอื่น เนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและแปรสภาพเป็นเงินสดได้ง่ายที่สุด นอกจากนี้ ท่าทีเชิงรุกและการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย (Hawkish) ของประธานเฟดคนใหม่ นายเควิน วอร์ช เพื่อควบคุมความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยเดิมที่กดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง อย่างไรก็ตาม วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านญัตติด้วยคะแนน 50 ต่อ 48 เสียง เมื่อวันอังคาร ในประเด็นการยุติสงครามกับอิหร่าน ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาน้ำมันดิบ / เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยเฟด อาจปรับตัวลงได้ในอนาคต
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 21.00 น. สหรัฐฯ เผยยอดขายบ้านใหม่เดือน พ.ค. (ยูนิต)
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ทองโลกมีการ Rebound ขึ้นหลังทดสอบแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ แต่ในภาพรวมยังอยู่ในระยะ Sideways Down จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวลงหลังทดสอบแนวต้าน 4,115 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,023 ดอลลาร์ ทองโลกมีความเสี่ยงสูงที่จะทำ New Low ต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,050 และ 4,023 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,115 และ 4,140 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,050 ดอลลาร์ และทยอยขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 4,115 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,023 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 64,100 และ 63,900 บาท
แนวต้าน 64,650 และ 64,850 บาท
แนะนำทยอยซื้อสะสมเมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 64,100 บาท และขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 64,650 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 63,900 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











