“รมว.คลังสหรัฐ” ชี้รัฐบาลจะเร่งเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานและกำลังการผลิตภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาต่างชาติ
วันที่ 24 มิถุนายน 2569 เวลา 06.15 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรยงานว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐ เปิดเผยว่า นโยบายเศรษฐกิจและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสหรัฐในระยะต่อไป จะมุ่งเน้นการลดความเปราะบางของประเทศต่อความเสี่ยงจากต่างชาติที่อาจใช้การควบคุมทรัพยากรหรือห่วงโซ่อุปทานเป็นเครื่องมือกดดันสหรัฐ
ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อ Economic Club of New York เมื่อวันอังคาร เบสเซนต์ระบุว่า รัฐบาลสหรัฐต้องสร้างความยืดหยุ่นให้กับระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมที่สำคัญก่อนเกิดวิกฤต โดยจะมีการประเมินห่วงโซ่อุปทานในภาคส่วนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เช่น กองทัพ โรงพยาบาล ระบบพลังงาน และระบบการเงิน เพื่อพิจารณาว่ามีจุดอ่อนที่อาจถูกต่างชาติใช้เป็นแรงกดดันหรือไม่
“สหรัฐต้องมีศักยภาพการผลิตภายในประเทศเพียงพอ เพื่อให้ประชาชนอเมริกันไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของคอขวดทางเศรษฐกิจจากต่างประเทศ” เบสเซนต์กล่าว
แม้เบสเซนต์จะไม่ได้ระบุชื่อประเทศใดโดยตรง แต่ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นท่ามกลางความกังวลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยล่าสุดอิหร่านเคยปิดช่องแคบฮอร์มุซเพื่อตอบโต้การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอล ขณะที่จีนได้ใช้ความได้เปรียบในการครอบครองห่วงโซ่อุปทานแร่หายาก (Rare Earths) เป็นเครื่องมือในการต่อรองทางการค้ากับสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม เบสเซนต์ส่งสัญญาณว่าสหรัฐยังคงเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับประเทศพันธมิตร และไม่ได้มีเป้าหมายถอนตัวออกจากเศรษฐกิจโลก แม้รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะยึดแนวนโยบาย America First เป็นหลักก็ตาม
“การแก้ไขความไม่สมดุลที่เกิดขึ้นกับเศรษฐกิจโลก ไม่ได้หมายถึงการถอยห่างจากโลก” เบสเซนต์กล่าว พร้อมระบุว่า สหรัฐในปัจจุบันมีความตระหนักถึงผลประโยชน์ของตนเองมากขึ้น และพร้อมปกป้องผลประโยชน์เหล่านั้นอย่างจริงจัง
รัฐมนตรีคลังสหรัฐยังส่งสารเตือนไปยังประเทศคู่ค้าและพันธมิตร โดยระบุว่า ประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถเรียกร้องการเข้าถึงตลาดสหรัฐได้ ในขณะที่ปิดกั้นการเข้าถึงตลาดของตนเองอย่างไม่เป็นธรรม ไม่สามารถดึงดูดเงินลงทุนจากสหรัฐ ขณะเดียวกันกลับใช้มาตรการภาษีหรือข้อกำหนดด้านการลงทุนที่เลือกปฏิบัติต่อบริษัทอเมริกัน
นอกจากนี้เขายังระบุว่า ประเทศที่ได้รับประโยชน์จากการคุ้มครองด้านความมั่นคงของสหรัฐ ไม่ควรดำเนินนโยบายอุตสาหกรรมที่กีดกันเทคโนโลยีของสหรัฐออกจากตลาด
“ความเป็นหุ้นส่วนกับสหรัฐในวันนี้มาพร้อมกับความคาดหวัง และในบางกรณีก็มาพร้อมกับภาระผูกพันที่ไม่สามารถต่อรองได้” เบสเซนต์กล่าว พร้อมย้ำว่าสหรัฐจะเดินหน้าปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศอย่างเข้มข้นมากขึ้นในอนาคต
อ้างอิง : www.bloomberg.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








