ข่าวสารการลงทุน

Morgan Stanley ชี้ทองคำอาจไปไม่ถึง 5,200 ดอลลาร์ หากเงินทุนจาก ETF ไม่กลับมา

23 มิถุนายน 2569|09:19 น.

ธนาคารเพื่อการลงทุนชั้นนำ Morgan Stanley ประเมินว่า ราคาทองคำมีแนวโน้มเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 หากไม่เห็นการไหลกลับของเงินลงทุนในกองทุน ETF

นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของบริษัท ได้แก่ Amy Gower และ Martijn Rats ระบุว่า แม้การเข้าซื้อทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกอาจยังดำเนินต่อไปได้ แต่ปัจจัยชี้ขาดในระยะสั้นกลับอยู่ที่ “กระแสเงินทุน ETF” ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อทิศทางนโยบายการเงิน โดยเฉพาะเส้นทางดอกเบี้ยของ Federal Reserve อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (Real Yields) และค่าเงินดอลลาร์

รายงานชี้ว่า แม้แนวโน้มระยะยาวของทองคำยังคงเป็นบวก โดยคาดว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่คลี่คลายลง และราคาน้ำมันที่ลดลง จะช่วยกดแรงกดดันเงินเฟ้อ แต่ในระยะสั้น ตลาดกลับเผชิญแรงกดดันจากท่าที “เข้มงวด” ของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ส่งสัญญาณว่าอัตราดอกเบี้ยอาจอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด หรืออาจมีโอกาสปรับขึ้นเพิ่มเติม

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ “ต้นทุนค่าเสียโอกาส” ของการถือครองทองคำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่ให้ผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนลดการถือครอง และหันไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนแทน

ข้อมูลของ Morgan Stanley ยังระบุว่า การคาดการณ์ดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นเวลานาน ได้ผลักดันอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ให้ปรับตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ส่งผลให้เกิดกระแสเงินไหลออกสุทธิจากกองทุนทองคำ ETF ในช่วงที่ผ่านมา และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ

แม้ก่อนหน้านี้ นักวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์ว่าราคาทองคำอาจปิดปีที่ระดับใกล้ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมา ทองคำกลับปรับตัวได้ไม่ดีนัก แม้จะมีความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งในอิหร่าน

สาเหตุสำคัญมาจากผลกระทบของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้ตลาดลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ส่งผลให้บทบาทของทองคำในฐานะ “สินทรัพย์ปลอดภัย” ถูกลดทอนลง และถูกแทนที่ด้วยปัจจัยด้านนโยบายการเงินที่มีอิทธิพลต่อราคามากกว่า

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ราคาทองคำในปัจจุบันไม่ได้สะท้อนเพียงเหตุการณ์ความเสี่ยง แต่สะท้อน “ปฏิกิริยาของธนาคารกลาง” ต่อเหตุการณ์นั้นเป็นหลัก

ในมุมมองระยะข้างหน้า Morgan Stanley ยังคงเชื่อว่าทองคำมีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ หากอัตราผลตอบแทนที่แท้จริงเริ่มลดลง โดยก่อนหน้านี้บริษัทเคยคาดการณ์ว่าจะมีการปรับลดดอกเบี้ยอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2027 ซึ่งจะเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงยังคงอยู่ โดยเฉพาะหากตลาดเริ่มคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูงเป็นเวลานาน หรือแม้แต่มีการปรับขึ้นเพิ่มเติม ซึ่งจะกดดันราคาทองคำในระยะต่อไป

ในทางกลับกัน แม้สถานการณ์ความขัดแย้งจะคลี่คลายลง แต่โอกาสที่ราคาทองคำจะปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงอาจถูกจำกัด เนื่องจากระดับราคาที่อยู่ในโซนสูงอาจทำให้ความต้องการจากทั้งนักลงทุน ETF ธนาคารกลาง และผู้บริโภคลดลง

ที่มา : Kitco

แชร์บทความนี้

บทความที่เกี่ยวข้อง

 
yen japan

ทรัมป์เผย ญี่ปุ่นเป็นฝ่ายขอให้สหรัฐฯ แทรกแซงตลาดเพื่อพยุงเงินเยน ชี้เป็นผลดีกับศก.โลก

11:37 น.

 
Alberto st louis

ปธ.เฟดเซนต์หลุยส์หนุนขึ้นดอกเบี้ย ชี้แรงขายพันธบัตรสะท้อนตลาดยังไม่มั่นใจการสกัดเงินเฟ้อ

11:11 น.

 
italy Schengen

อิตาลีสั่งระงับเชงเก้นกับสเปน รับมือวิกฤตผู้อพยพทะลัก

09:41 น.

 
trump getty

ทรัมป์เผยการเจรจากับอิหร่านจะเริ่มวันนี้ หลังเบรกแผนถล่มตามคำขอพันธมิตรในตอ.กลาง

09:36 น.

คำถามที่พบบ่อย

เกี่ยวกับเรา

พูดคุยกับเรา

พบเจอปัญหา หรือมีข้อสงสัย
ทักหาเราได้เลยที่นี่

เวลาทำการลูกค้าสัมพันธ์
จันทร์ - ศุกร์ 08.30 น. - 24.00 น.
เสาร์ - อาทิตย์ 08.30 น. - 17.30 น.

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.

ไอคอน PDPA

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน กรุณาดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และตั้งค่าคุกกี้ได้ที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

You can choose your cookie settings by enabling/disabling cookies for each category as needed, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์
    เปิดใช้งานตลอด

    คุกกี้เหล่านี้จำเป็นสำหรับการทำงานพื้นฐานของเว็บไซต์ เช่น การรักษาการล็อกอินของผู้ใช้ การบันทึกสินค้าที่เพิ่มลงในรถเข็น และการบันทึกการตั้งค่าภาษา
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้วิเคราะห์เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งาน

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานเว็บไซต์ เช่น จำนวนผู้เข้าชม, หน้าเว็บที่ได้รับความนิยม และพฤติกรรมการท่องเว็บ ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์ปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้การทำงานเพื่อจดจำการตั้งค่าผู้ใช้

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานเว็บไซต์ โดยจดจำการตั้งค่าที่ผู้ใช้เคยกำหนดไว้ เช่น ชื่อผู้ใช้, ภาษา, ภูมิภาค หรือการปรับแต่งเว็บไซต์ตามความต้องการ
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้ของบุคคลที่สามเพื่อการวิเคราะห์และการตลาด

    คุกกี้เหล่านี้ถูกตั้งค่าโดยบุคคลที่สาม เช่น ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือผู้ให้บริการโฆษณา และใช้เพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ เช่น การวิเคราะห์เว็บไซต์และการทำการตลาด
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้โฆษณาเพื่อแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจ

    คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อติดตามการใช้งานของผู้ใช้บนเว็บไซต์ต่าง ๆ และแสดงโฆษณาที่ตรงกับความสนใจของผู้ใช้มากขึ้น ซึ่งมักจะใช้โดยเครือข่ายโฆษณาภายนอก
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า