แนวโน้มราคาทอง
Sideways Up
- ทองขึ้น +$21.05 จากดอลลาร์ร่วง หลังรมว.ต่างประเทศอิหร่านเผยใกล้บรรลุ MOU กับสหรัฐฯ แต่ทรัมป์ย้ำชัด อิหร่านต้องไม่มีนิวเคลียร์
Gold spot
สูงสุด – 4,354 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,306 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 66,900 บาท
ต่ำสุด – 66,500 บาท
ภาพการเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวขึ้น จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีการปรับตัวลงอีกครั้ง สืบเนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI มีการปรับฐานลง หลังจากนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ได้กล่าวว่า การเจรจาระหว่างอิหร่าน – สหรัฐฯ เพื่อจัดทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายจะเริ่มขึ้นในวันศุกร์นี้ หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามอย่างเป็นทางการในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อยุติสงคราม จากปัจจัยข้างต้น ทำให้เงินเฟ้อและดอกเบี้ยเฟดมีแนวโน้มลดลงในอนาคตซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ ปฏิเสธรายงานเกี่ยวกับการที่สหรัฐฯ จะตั้งกองทุนฟื้นฟูอิหร่านมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์เพื่อแลกกับการทำข้อตกลงสันติภาพ โดยปธน.ทรัมป์ยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเพียงข่าวลือ อีกทั้งปธน.ทรัมป์ ยังย้ำชัดว่าอิหร่านจะไม่สามารถครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ภายใต้ข้อตกลงกับสหรัฐฯ ทำให้ตลาดยังคงจับตาว่า การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ – อิหร่าน จะมีความราบรื่นหรือไม่ ทางด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคำเท่าเดิม
ประเด็นที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐาน / ทั่วไป เดือน พ.ค. เทียบรายเดือน, ยอดค้าปลีกเดือน พ.ค. เทียบรายปี, เวลา 21.00 น. ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายเทียบรายเดือน เดือน พ.ค. และเวลา 01.00 น. การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC)
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกยังอยู่ในระยะทยอยฟื้นตัวขึ้นและสามารถยืนเหนือแนวรับที่ 4,300 ดอลลาร์ จึงประเมินว่า ทองโลกอาจปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4360 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4260 ดอลลาร์ ทองโลกอาจกลับมา Sideways อีกครั้ง
ราคาทองคำโลก
แนวรับ : 4,300 และ 4,260 ดอลลาร์
แนวต้าน : 4,360 และ 4,400 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขาย หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,360 ดอลลาร์ และซื้อสะสมใหม่หากราคาลงทดสอบแนวรับ 4,300 ดอลลาร์ ในขณะที่จุดขายตัดขาดทุน อยู่ที่บริเวณแนวรับที่ 4,260 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ : 66,400 และ 66,000 บาท
แนวต้าน : 67,050 และ 67,400 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 67,050 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 66,400 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 66,000 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











