เนื้อหาข่าวสะท้อนมุมมองเชิงวิพากษ์ต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และระบบการเงินโลก โดยมีประเด็นสำคัญหลายด้านที่เชื่อมโยงกัน ทั้งฟองสบู่ในสินทรัพย์ ความเชื่อมั่นต่อตราสารหนี้รัฐบาล และทิศทางนโยบายการเงิน
รายงานระบุว่า Jim Rogers นักลงทุนระดับโลก ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า สถานการณ์ทางการเงินของสหรัฐฯ กำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรง และถึงขั้นแนะนำให้ Kevin Warsh ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ลาออก ท่ามกลางแรงกดดันด้านนโยบายดอกเบี้ยและเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ขณะเดียวกัน มีการเตือนถึงความเป็นไปได้ที่ “ฟองสบู่ AI” กำลังใกล้แตก หลังจากมูลค่าตลาดพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการประเมินว่าการปรับฐานอาจสร้างความเสียหายต่อมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 1.3 ล้านล้านดอลลาร์ และอาจก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาดการเงินทั่วโลก
ในเชิงโครงสร้างเศรษฐกิจ มีการวิจารณ์ว่าสหรัฐฯ ไม่สามารถรักษาโมเดลเศรษฐกิจปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน เนื่องจากต้องพึ่งพาการออกเงินและหนี้จำนวนมาก ส่งผลให้ความน่าสนใจของพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง นักลงทุนเริ่มลดการถือครองสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ ซึ่งนำไปสู่แรงกดดันต่อมูลค่าเงินและสินทรัพย์ในลักษณะ “วงจรลบ” ที่ยิ่งเร่งให้เกิดการอ่อนค่ามากขึ้น
ในด้านต่างประเทศ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1.00% ซึ่งจะเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจกระตุ้นให้นักลงทุนญี่ปุ่นลดการลงทุนในสินทรัพย์สหรัฐฯ มากขึ้น และเร่งกระแสการเทขายสินทรัพย์สกุลดอลลาร์ในวงกว้าง
นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังเป็นอีกปัจจัยที่เพิ่มแรงกดดันต่อระบบเศรษฐกิจโลก โดยส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจผลักดันเงินเฟ้อ และบีบให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ จำเป็นต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
ในมุมของตลาดการเงิน มีสัญญาณเตือนจากนักวิเคราะห์บางส่วน เช่น Mark Malek ที่ระบุว่าเงินเฟ้อกำลังเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่พฤติกรรมของตลาดเริ่มสะท้อนความผันผวนสูง ราคาสินทรัพย์ทางการเงินปรับตัวขึ้นลงอย่างรวดเร็วและขาดเสถียรภาพ
บทวิเคราะห์ยังตั้งข้อสังเกตว่า ความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี AI อาจถูกประเมินสูงเกินจริง โดยชี้ว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเชิงอัลกอริทึม ไม่ได้มีความสามารถเหนือกว่ามนุษย์อย่างที่ตลาดคาดหวัง ส่งผลให้การเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มนี้มีลักษณะคล้ายฟองสบู่
ในภาพรวม Jim Rogers มองว่าสถานการณ์ปัจจุบันอาจนำไปสู่ “วิกฤตการเงินครั้งใหญ่” ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ กว่า 250 ปี พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า ระบบการเงินโลกที่อิงกับกรอบ Bretton Woods System อาจกำลังเผชิญความเสื่อมถอย
แม้หลายประเทศรวมถึง China และ Russia จะพยายามลดการพึ่งพาระบบการเงินสหรัฐฯ แต่รายงานชี้ว่าไม่มีประเทศใดสามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างสมบูรณ์
ที่มา : Dr’s substack








