เจอโรม พาวเวลล์ อดีตประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ออกมาเตือนว่า ความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อธนาคารกลาง อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อความเป็นอิสระของ Fed
พาวเวลล์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งประธาน Fed เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงสถาบันสำคัญอื่นของประเทศ เช่น ศาล และมหาวิทยาลัย กำลังเผชิญกับ “บททดสอบทางการเมือง” ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ในการกล่าวสุนทรพจน์ที่มูลนิธิห้องสมุด John F. Kennedy Library Foundation เมืองบอสตัน พาวเวลล์ได้กล่าวถึงแรงกดดันจากทำเนียบขาวที่ต้องการให้เขาลาออก การถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนทางอาญาเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง รวมถึงความพยายามปลด ลิซา คุก ออกจากตำแหน่งกรรมการ Fed
พาวเวลล์เตือนว่า หากรัฐบาลใดสามารถหาวิธีปลดเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางได้เพียงเพราะมีความเห็นต่างด้านนโยบาย ก็มีความเป็นไปได้สูงที่รัฐบาลในอนาคตจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ซึ่งจะทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางจะตัดสินใจโดยยึดประโยชน์สูงสุดของประเทศเป็นหลัก
ก่อนหน้านี้ ในเดือนมกราคม อัยการรัฐบาลกลางได้เริ่มสอบสวนโครงการปรับปรุงสำนักงานใหญ่ของธนาคารกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ โดยพาวเวลล์ระบุในขณะนั้นว่า การสอบสวนดังกล่าว—ซึ่งต่อมาถูกยกเลิกในเดือนเมษายน—มีสาเหตุมาจากความไม่พอใจของทรัมป์ที่ Fed ไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่ต้องการทั้งในด้านจังหวะเวลาและขนาด
พาวเวลล์กล่าวย้ำว่า สถาบันในระบอบประชาธิปไตยต้องใช้เวลา ความพยายาม และความอดทนอย่างมากในการสร้างขึ้น แต่สามารถถูกบั่นทอนลงได้อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาจุดแข็งของสถาบันเหล่านี้ไว้ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เควิน วอร์ช ได้เข้ารับตำแหน่งประธาน Fed คนใหม่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ขณะที่พาวเวลล์ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการของธนาคารกลางต่อไป แม้จะพ้นจากตำแหน่งประธานแล้วก็ตาม
ที่มา : CNBC








