สำนักข่าว The Street : ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาเรียกร้องให้มีการตรวจสอบทองคำทางกายภาพ (Physical Audit) ของคลังทองคำ Fort Knox อีกครั้ง ภายหลังเกิดกรณีการจับกุมคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทองคำมูลค่าประมาณ 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลต่อความโปร่งใสของทรัพย์สินสำรองทองคำของสหรัฐฯ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ประเด็นดังกล่าวเชื่อมโยงกับคดีของนายเดวิด รัช อดีตเจ้าหน้าที่อาวุโสของหน่วยข่าวกรองกลาง (CIA) ซึ่งตามเอกสารของศาลที่มีรายงานโดย NBC News ระบุว่า เขาถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์เงินของรัฐในเขตเวอร์จิเนียตะวันออกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางได้เข้าตรวจค้นบ้านพักของรัชเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม และตรวจยึดทองคำแท่งประมาณ 300 แท่ง มูลค่ามากกว่า 40 ล้านดอลลาร์ รวมถึงเงินสดประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ และนาฬิกาหรูจำนวน 35 เรือน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ Rolex ตามคำให้การในเอกสารของ FBI
รัช ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งบริหารและมีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลลับระดับสูง ถูกกล่าวหาว่าได้ยื่นขอทองคำแท่งและเงินตราต่างประเทศมูลค่าหลายสิบล้านดอลลาร์ โดยอ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมีนาคม แต่ภายหลังถูกระบุว่าได้นำทรัพย์สินบางส่วนไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
นอกจากนี้ เขายังถูกกล่าวหาว่าให้ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับประวัติการศึกษาและประสบการณ์การทำงานเป็นเวลานานเกือบ 20 ปี โดยระบุคุณวุฒิและประสบการณ์นักบินทดสอบของกองทัพเรือที่ไม่เป็นความจริง
ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม CIA และ FBI ได้ยืนยันการจับกุมผ่านแถลงการณ์ร่วม โดยระบุว่า หลังจากการสอบสวนภายในของ CIA พบความผิดปกติ จึงได้ส่งต่อข้อมูลให้ FBI ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย
เหตุผลที่ทรัมป์เชื่อมโยงไปยัง Fort Knox
Fort Knox หรือคลังเก็บทองคำของสหรัฐฯ ในรัฐเคนทักกี ถูกระบุว่าเป็นสถานที่เก็บทองคำมากกว่า 147 ล้านออนซ์ ซึ่งถือเป็นคลังทองคำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ
อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบโดยบุคคลภายนอกครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในปี 1974 เมื่อสมาชิกสภาคองเกรสเข้าเยี่ยมชมและยืนยันว่าทองคำยังคงอยู่ ขณะที่กระทรวงการคลังระบุว่ามีการตรวจสอบภายในเป็นประจำทุกปี
นักวิจารณ์มองว่าการตรวจสอบภายในไม่สามารถทดแทนการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระได้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์หยิบยกขึ้นมา
Fort Knox คืออะไร
Fort Knox หรือชื่อทางการว่า United States Bullion Depository เป็นคลังเก็บทองคำที่มีระบบรักษาความปลอดภัยสูงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ในรัฐเคนทักกี โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
- เป็นคลังเก็บทองคำของกระทรวงการคลัง ดำเนินการโดยโรงกษาปณ์สหรัฐฯ
- ก่อสร้างในปี 1936 และเริ่มรับทองคำครั้งแรกในปี 1937
- สร้างขึ้นเพื่อย้ายทองคำจากเมืองชายฝั่ง เช่น นิวยอร์กและฟิลาเดลเฟีย เข้าสู่พื้นที่ภายในประเทศ เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตี
- ปัจจุบันเก็บทองคำประมาณ 147.3 ล้านออนซ์ คิดเป็นประมาณครึ่งหนึ่งของทองคำสำรองทั้งหมดของประเทศ
- มูลค่าทางบัญชีถูกกำหนดไว้ที่ 42.22 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ตั้งแต่ปี 1973) คิดเป็นมูลค่าราว 6 พันล้านดอลลาร์ แต่หากอิงราคาตลาดปี 2026 ที่มากกว่า 4,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีมูลค่าจริงใกล้ 590,000 ล้านดอลลาร์
- ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก โดยไม่มีบุคคลใดรู้รหัสเปิดคลังทั้งหมดเพียงคนเดียว และประตูหลักมีน้ำหนักมากกว่า 20 ตัน
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 สถานที่แห่งนี้ยังถูกใช้เก็บเอกสารสำคัญของประเทศ เช่น ต้นฉบับคำประกาศอิสรภาพและรัฐธรรมนูญ
ทรัมป์เคยตั้งคำถามมาก่อน
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับทองคำใน Fort Knox โดยในช่วงต้นปี 2025 เขาและอีลอน มัสก์ ได้ออกมาตั้งคำถามต่อสาธารณะว่าทองคำยังคงอยู่จริงหรือไม่
แม้จะมีการประกาศว่าจะเข้าไปตรวจสอบ แต่แผนดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น และถูกยกเลิกในเวลาต่อมา ขณะเดียวกัน มีการเสนอร่างกฎหมาย Gold Reserve Transparency Act เพื่อให้มีการตรวจสอบทองคำโดยอิสระทุก 5 ปี แต่ยังไม่ผ่านเป็นกฎหมาย
ทองคำดิจิทัล (Tokenized Gold) อาจเป็นทางออก
ประเด็น Fort Knox สะท้อนปัญหาสำคัญเรื่อง “ความโปร่งใส” เนื่องจากประชาชนต้องอาศัยความเชื่อมั่นในระบบที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจากภายนอกมานานเกือบ 50 ปี
ในทางกลับกัน ทองคำในรูปแบบโทเคนดิจิทัล เช่น Tether Gold (XAUT) และ Pax Gold (PAXG) ถูกพัฒนาเพื่อแก้ปัญหานี้ โดยโทเคนแต่ละหน่วยมีทองคำจริงรองรับในคลัง
ตลาดทองคำดิจิทัลมีมูลค่าประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์ โดยสองโทเคนหลักครองสัดส่วนถึง 96% จุดเด่นสำคัญคือความสามารถในการตรวจสอบ
- PAXG มีการรับรองปริมาณทองคำรายเดือนโดยบริษัท KPMG
- Tether Gold มีรายงานสำรองรายไตรมาส
- ในปี 2026 มีการพัฒนาให้สามารถตรวจสอบปริมาณทองคำแบบเรียลไทม์ผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน
กล่าวได้ว่า สิ่งที่ทรัมป์เรียกร้องให้เกิดขึ้นกับ Fort Knox คือการตรวจสอบทองคำที่สามารถยืนยันได้อย่างโปร่งใส ซึ่งระบบทองคำดิจิทัลสามารถดำเนินการได้อยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้ทองคำดิจิทัลจะช่วยเพิ่มความโปร่งใส แต่ยังไม่สามารถทดแทนคลังทองคำระดับประเทศได้ ทว่าความแตกต่างนี้ได้เน้นย้ำให้เห็นชัดเจนว่า ในขณะที่เทคโนโลยีบล็อกเชนสามารถยืนยันทรัพย์สินได้แบบเรียลไทม์ คลังทองคำที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ กลับยังไม่ได้รับการตรวจสอบโดยอิสระมาตั้งแต่ยุคประธานาธิบดีนิกสัน
ที่มา : Yahoo Finance








