ราคาทองทองคำปิดลบในวันอังคาร หลังกองทัพสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์ (Brent) พุ่งขึ้น และทำให้ความวิตกกังวลเรื่องเงินเฟ้อกลับมาอีกครั้ง รวมทั้งความกังวลที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) โจมตีฐานยิงขีปนาวุธและเรือของอิหร่านที่พยายามวางทุ่นระเบิดทางตอนใต้ของอิหร่าน โดย CENTCOM ระบุว่าเป็นการดำเนินการเพื่อปกป้องกองกำลังสหรัฐฯ จากภัยคุกคามของกองกำลังอิหร่าน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าการเจรจาเพื่อยุติสงครามยังคงอยู่ในภาวะเปราะบาง
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่านระบุว่า การที่กองทัพสหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีในจังหวัดฮอร์โมซ ทางตอนใต้ของอิหร่านในช่วงเช้าของวันอังคารนั้น ถือเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงอย่างร้ายแรง โดยข้อตกลงอันเปราะบางนี้มีผลบังคับใช้มาเกือบ 7 สัปดาห์
ความไม่แน่นอนของการเจรจาสันติภาพส่งผลให้ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 3% และทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ โดยนักลงทุนคาดว่าเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงจะทำให้เฟดยังไม่เร่งผ่อนคลายนโยบายการเงิน จนกว่าจะมีหลักฐานชัดเจนว่า เงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% ของเฟด
เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนไม่คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และให้น้ำหนักมากกว่า 50% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในเดือนธ.ค.
นักวิเคราะห์ของ UBS ได้ปรับลดเป้าหมายราคาทองคำ ณ สิ้นปี 2569 ลง 400 ดอลลาร์ สู่ระดับ 5,500 ดอลลาร์/ออนซ์ เนื่องจากมองว่าทองคำยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับแรงกดดันจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นและสกุลเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น
นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ในวันพรุ่งนี้ (28 พ.ค.) โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภค และครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI)
ที่มา : สำนักข่าวอินโฟเควสท์








