ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย และ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ร่วมลงนามข้อตกลงเพื่อกระชับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองประเทศ พร้อมเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสารความร่วมมืออีกหลายฉบับ ครอบคลุมด้านการค้า เทคโนโลยี พลังงาน การก่อสร้างทางรถไฟ สื่อสารมวลชน และการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา
นอกจากนี้ทั้งสองประเทศ ยังได้ร่วมลงนามในแถลงการณ์ว่าด้วยการเสริมสร้างความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน และปฏิญญาสนับสนุน “ระเบียบโลกหลายขั้วอำนาจ”
ภายหลังการหารือร่วมกันที่กรุงปักกิ่ง ประธานาธิบดีปูตินเปิดเผยว่า การเยือนจีนครั้งนี้นำไปสู่การบรรลุข้อตกลงร่วมกัน 40 ฉบับ แม้ยังไม่มีการกล่าวถึงโครงการท่อส่งก๊าซ “พาวเวอร์ออฟไซบีเรีย 2” ซึ่งเป็นโครงการสำคัญด้านพลังงานระหว่างสองประเทศ
ปูตินระบุว่า รัสเซียและจีนได้ร่วมกันสร้างระบบการค้าที่มีเสถียรภาพ เพื่อป้องกันการแทรกแซงจากภายนอกและลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาดโลก รัสเซียและจีนกำลังขยายความร่วมมือด้านพลังงานอย่างต่อเนื่อง โดยรัสเซียเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ก๊าซธรรมชาติเหลว และถ่านหินรายใหญ่ที่สุดให้กับจีน พร้อมยืนยันว่ารัสเซียจะจัดส่งพลังงานให้ตลาดจีนอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง
ผู้นำรัสเซียยังกล่าวขอบคุณประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งเขาเรียกว่า “เพื่อนรัก” รวมถึงคณะทำงานฝ่ายจีน สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น
ปูตินยังอ้างคำกล่าวภาษาจีนว่า “ห่างกันเพียงวันเดียวก็รู้สึกเหมือนผ่านไปสามฤดูใบไม้ร่วง” พร้อมระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้ก้าวสู่ “ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน” แม้จะเผชิญ “ปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวย”
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กล่าวยกย่องความสัมพันธ์อัน “แน่นแฟ้นไม่สั่นคลอน” ระหว่างจีนและรัสเซีย โดยการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีปูติน เป็นการหารือที่ลึกซึ้ง เป็นมิตร และประสบความสำเร็จ ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเชิงยุทธศาสตร์ในหลายประเด็นสำคัญ พร้อมระบุว่า การเยือนจีนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 25 ของผู้นำรัสเซีย สะท้อนถึง “ความสัมพันธ์ระดับสูงและพิเศษ” ระหว่างจีนกับรัสเซีย
ผู้นำจีนยังกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและรัสเซียได้พัฒนาไปสู่ระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ เป็นความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้านในยุคใหม่ และเป็นต้นแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมหาอำนาจ โดยมีความร่วมมือครอบคลุมทั้งด้านการเมือง การทหาร กิจการระหว่างประเทศ และการพัฒนาเทคโนโลยี
ที่มา : TNNTHAILAND
ภาพ : EURONEWS








