แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัวขณะที่ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ฟื้นตัว หลังตลาดไม่มั่นใจภาวะเงินเฟ้อ แต่สันติภาพสหรัฐฯ – อิหร่าน คืบหน้า
Gold spot
สูงสุด – 4,588 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,531 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 70,400 บาท
ต่ำสุด – 70,150 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงทรงตัว จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นอีกครั้ง หลังจากบรรยากาศในตลาดการเงินโลกกำลังเข้าสู่ช่วงที่มีความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ท่ามกลางความท้าทายของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ในการควบคุมเงินเฟ้อที่ยังไม่คลี่คลาย โดยเฉพาะแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้ราคาทองคำยังคงทรงตัวในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ – อิหร่านได้เริ่มเข้าใกล้การบรรลุข้อตกลงเพื่อสันติภาพ หลัง ปธน.ทรัมป์ เปิดเผยว่า ตนได้สั่งระงับแผนเปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่ ขณะที่ทางฝั่งอิหร่านระบุว่า เจ้าหน้าที่ของตนได้ส่งข้อเสนอสันติภาพฉบับใหม่ไปให้พิจารณาแล้วเช่นกัน จากเหตุการณ์ที่ได้กล่าวไปในข้างต้น ทำให้ตลาดต้องจับตาต่อไปว่า ความคืบหน้าดังกล่าวจะส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซเปิดใช้งานได้ตามปกติ และทำให้ราคาน้ำมัน / เงินเฟ้อลดลง รวมถึงช่วยผ่อนคลายความกังวลภาวะดอกเบี้ยเฟดได้หรือไม่ เนื่องจากปัจจัยดังกล่าวอาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นในภายหลัง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.00 น. สหรัฐฯ เผยการแถลงการณ์ของผู้ว่าการเฟด (นายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์) และเวลา 21.00 น. ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขายเทียบรายเดือน เดือน เม.ย.
วิเคราะห์ราคาทอง
ช่วงเช้า ราคาทองโลก ยังคงแกว่งตัวในกรอบ 4,530-4,590 ดอลลาร์ โดยประเมินว่า ราคาอาจยังแกว่งตัวในกรอบดังกล่าว อย่างไรก็ตาม หากราคาปรับตัวหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 4,500 ดอลลาร์ ราคาทองโลกอาจมีการปรับฐานลงแรง เนื่องจากแนวรับดังกล่าวเป็นแนวรับสำคัญ
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,530 และ 4,500 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,590 และ 4,620 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยขาย หากราคาขึ้นทดสอบแนวต้านที่ 4,590 ดอลลาร์ และทยอยซื้อหากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,530 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากราคาหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,500 ดอลลาร์ แนะนำขายตัดขาดทุน
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 70,000 และ 69,650 บาท
แนวต้าน 70,500 และ 70,800 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 70,500 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่ หากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 70,000 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,650 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











