แนวโน้มราคาทอง
ฟื้นตัวในกรอบจำกัด
- ทองลง หลังดอลลาร์และบอนด์ยีลด์พุ่งต่อเนื่อง ขณะอุปทานน้ำมันดิบอาจดันเงินเฟ้อขยายตัว
Gold spot
สูงสุด – 4,665 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,550 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 71,100 บาท
ต่ำสุด – 70,450 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกมีการปรับตัวลง จากการที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จากการที่ราคาน้ำมันดิบมีการฟื้นตัวขึ้น หลังช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดและการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามกับอิหร่านยังไม่มีความคืบหน้า ในขณะที่ “ทรัมป์” ปิดฉากเจรจาสี จิ้นผิง หลังจากการประชุมสุดยอดผู้นำระยะเวลา 2 วันที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งเห็นพ้องเสริมสร้างเสถียรภาพความสัมพันธ์ทางการค้า ท่ามกลางบรรยากาศผ่อนคลายแต่แฝงความตึงเครียด หลังจีนส่งสัญญาณแข็งกร้าวต่อประเด็นไต้หวัน อีกทั้งปธน.ทรัมป์ได้เชิญ ปธน.สี จิ้นผิง ให้เดินทางเยือนทำเนียบขาวในวันที่ 24 ก.ย. อาจบ่งชี้ว่าการเจรจาการค้าจะดำเนินต่อไป ขณะที่ทางการจีนยังไม่ได้ยืนยันว่า ปธน.สี จิ้นผิง จะตอบรับคำเชิญในการเดินทางดังกล่าวหรือไม่ ทำให้ตลาดยังคงต้องจับตาท่าทีทางการค้าระหว่าง 2 ประเทศนี้ต่อไป นอกจากนี้ รายงานจาก IEA ระบุว่า ตลาดน้ำมันโลกจะยังคงอยู่ในสภาวะขาดแคลนอุปทานอย่างรุนแรง ไปจนถึงเดือน ต.ค. แม้สงครามจะสิ้นสุดลงในเร็ววันก็ตาม จากปัจจัยข้างต้น ทำให้ภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น และเฟดอาจต้องคงดอกเบี้ยยาวนานขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำให้ปรับตัวลง
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้ไม่มีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกหลุด 4,600 ดอลลาร์ ระยะสั้นจึงคาดว่าอาจการฟื้นตัว ซึ่งจากกราฟราย 1-4 ชั่วโมงเกิดสัญญาณขายมากเกินไป (Oversold) จึงประเมินว่า อาจมีการฟื้นตัวบริเวณแนวรับที่ 4,535 ดอลลาร์ โดยมีแนวต้านที่ 4,600 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม หากทองโลกหลุดแนวรับถัดไปที่ 4,510 ดอลลาร์ คาดว่ามีโอกาสสูงที่จะปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,535 และ 4,510 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,600 และ 4,630 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,535 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 4,510 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้านที่ 4,600 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 70,000 และ 69,800 บาท
แนวต้าน 70,650 และ 70,900 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยแบ่งขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 70,650 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่ หากราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 70,000 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 69,800 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











