แนวโน้มราคาทอง
Sideways
- ทองทรงตัว ตลาดจับตาการเจรจาระหว่างทรัมป์ –
สี ประเด็นไต้หวันท่ามกลางราคาพลังงานพุ่งสูง
Gold spot
สูงสุด – 4,718 ดอลลาร์
ต่ำสุด – 4,668 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง
สูงสุด – 72,100 บาท
ต่ำสุด – 71,700 บาท
ภาพรวมความเคลื่อนไหวที่ผ่านมา
ทองโลกยังคงแกว่งตัวในกรอบ ขณะที่ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ยังคงทรงตัว ในขณะที่ ปธน.สี จิ้นผิง ได้เตือนปธน.ทรัมป์ ในระหว่างการพบกันที่กรุงปักกิ่งในวันนี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างจีน – สหรัฐฯ มีความเสี่ยงที่จะตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง หากเกิดความผิดพลาดในการจัดการประเด็นไต้หวัน ทั้งนี้ จีนได้คัดค้านแผนการขายอาวุธของสหรัฐฯ ให้กับไต้หวัน ซึ่งเป็นดินแดนที่จีนถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของตน และพยายามเรียกร้องให้สหรัฐฯ แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่าจะไม่สนับสนุนการแยกตัวเป็นเอกราชของไต้หวัน โดยปัจจัยดังกล่าว อาจเพิ่มความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อีกครั้ง หากจีน – สหรัฐฯ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในจุดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ตลาดน้ำมันที่อยู่ในสภาวะที่น่ากังวล หลังรายงานจาก IEA ระบุว่า โลกจะยังคงอยู่ในสภาวะขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรงไปจนถึงเดือน ต.ค. เป็นอย่างน้อย เนื่องจากปริมาณน้ำมันดิบที่ถูกขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหายไปเกือบ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น กระตุ้นเงินเฟ้อและส่งผลให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด ยากขึ้นในท้ายที่สุด
ตัวเลขเศรษฐกิจที่ต้องติดตาม
คืนนี้เวลา 19.30 น. สหรัฐฯ เผยยอดค้าปลีกพื้นฐานเดือนเม.ย. เทียบรายเดือน ยอดค้าปลีกทั่วไป เดือนเม.ย. เทียบรายเดือน / รายปี และจำนวนผู้ขอยื่นรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
วิเคราะห์ราคาทอง
ราคาทองโลกปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 4,670 ดอลลาร์ และเกิดแรงซื้อกลับ จึงประเมินว่า ทองโลกมีโอกาสปรับตัวขึ้นกลับมาทดสอบแนวต้านที่ 4,735 ดอลลาร์ และอาจเกิดแรงเทขายอีกครั้งจากบริเวณดังกล่าว ขณะที่ระยะสั้นทองโลกมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,645 ดอลลาร์ หากหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าว อาจปรับฐานลงต่อเนื่อง
ราคาทองตลาดโลก
แนวรับ 4,670 และ 4,645 ดอลลาร์
แนวต้าน 4,735 และ 4,755 ดอลลาร์
แนะนำใช้กลยุทธ์ทยอยซื้อสะสมหากราคาลงทดสอบแนวรับที่ 4,670 ดอลลาร์ แต่หากราคาหลุดแนวรับ 4,645 ดอลลาร์ ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน ขณะที่จุดขายทำกำไร อยู่ที่บริเวณแนวต้าน 4,735 ดอลลาร์
ราคาทองคำแท่ง 96.5%
แนวรับ 71,700 และ 71,500 บาท
แนวต้าน 72,200 และ 72,400 บาท
สำหรับนักลงทุนที่มีสถานะซื้อ แนะนำทยอยขายทำกำไร เมื่อราคาปรับตัวขึ้นบริเวณแนวต้านที่ 72,200 บาท และทยอยซื้อสะสมใหม่เมื่อราคาปรับตัวลงทดสอบแนวรับที่ 71,700 บาท แต่หากราคาหลุดแนวรับที่ 71,500 บาท ลงไป แนะนำขายตัดขาดทุน











