ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาปฏิเสธข้อเสนอฉบับล่าสุดของอิหร่านในการยุติสงครามตะวันออกกลาง ส่งผลให้สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก ยังคงอยู่ในภาวะปิดกั้นโดยพฤตินัย
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นสูงสุดถึง 4.6% แตะระดับ 105.99 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ WTI เคลื่อนไหวใกล้ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยทรัมป์ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่า ข้อเสนอของอิหร่านนั้น “ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง” ท่ามกลางความพยายามของทั้งสองฝ่ายในการประคับประคองข้อตกลงหยุดยิงที่ยังเปราะบาง หลังเกิดเหตุปะทะเป็นระยะ
นับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ การปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเชื้อเพลิงไปยังตลาดโลกอย่างหนัก ดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ โดย International Energy Agency (IEA) ระบุว่านี่คือ “ช็อกด้านอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์”
ด้านนักวิเคราะห์จาก ING Groep NV มองว่า ความหวังในการบรรลุข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านเริ่มจางลง ซึ่งเป็นปัจจัยผลักดันราคาน้ำมันให้ปรับตัวสูงขึ้น และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะปะทุอีกครั้ง
รายงานจาก The Wall Street Journal ระบุว่า อิหร่านเสนอจะโอนยูเรเนียมเสริมสมรรถนะสูงบางส่วนไปยังประเทศที่สาม แต่ปฏิเสธที่จะรื้อถอนโครงการนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้ออกมาปฏิเสธรายงานดังกล่าวผ่านสำนักข่าวกึ่งทางการ Tasnim News Agency
ในด้านความปลอดภัยทางทะเล เหตุโจมตีด้วยโดรนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เรือสินค้าลำหนึ่งเกิดเพลิงไหม้บริเวณนอกชายฝั่งกาตาร์ในอ่าวเปอร์เซีย นับเป็นเหตุการณ์ล่าสุดในช่วงหลังการหยุดยิงตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และคูเวตระบุว่าสามารถสกัดโดรนไม่ทราบฝ่ายได้
ผู้บริหารของ Saudi Aramco อย่าง Amin Nasser ระบุว่า ตลาดน้ำมันอาจกลับสู่ภาวะปกติได้ในปี 2027 เท่านั้น หากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงหยุดชะงักต่อเนื่อง โดยบริษัทได้ปรับเส้นทางส่งออกน้ำมันบางส่วนไปยังท่าเรือยานบูฝั่งตะวันตกเพื่อบรรเทาผลกระทบ
แม้จะยังมีการลักลอบขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบได้บ้าง โดยสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบียสามารถส่งเรือบรรทุกน้ำมันออกมาได้บางส่วน รวมถึงกาตาร์ที่สามารถส่งออกก๊าซธรรมชาติเหลวเที่ยวแรกนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้น แต่ปริมาณโดยรวมยังคงต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดความขัดแย้งอย่างมาก
ผลสำรวจของ Goldman Sachs Group Inc. ชี้ว่า นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงหยุดชะงักไปจนถึงครึ่งหลังของปีนี้
ขณะที่ Benjamin Netanyahu นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับรายการ 60 Minutes ว่า สงครามกับอิหร่าน “ยังไม่จบ” และยังมีภารกิจในการยับยั้งขีดความสามารถนิวเคลียร์ของอิหร่านเพิ่มเติม
นอกจากนี้ ทรัมป์มีกำหนดพบกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ประเด็นสำคัญจะรวมถึงบทบาทของจีนต่ออิหร่าน ทั้งด้านรายได้และความเป็นไปได้ในการส่งออกอาวุธ
ในเชิงโครงสร้างตลาด ส่วนต่างราคาน้ำมันระยะสั้นปรับตัวกว้างขึ้น โดยอยู่ในภาวะ Backwardation มากกว่า 4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สะท้อนถึงภาวะอุปทานตึงตัวและแนวโน้มราคาที่มีแรงหนุนในระยะใกล้
อ้างอิง : Yahoo Finance








