BIS เตือนรัฐบาลใช้ นโยบายการคลัง แบบเฉพาะจุด ชี้หากรัฐบาลใช้นโยบายการคลังวงกว้าง-ยืดเยื้อ อาจบีบให้ธนาคารกลางต้องกลับมาขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง
วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.48 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) เตือนรัฐบาลทั่วโลกให้ใช้นโยบายการคลังอย่างเฉพาะจุดและชั่วคราว โดยระบุว่า หากรัฐบาลใช้นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในวงกว้างและต่อเนื่องนานเกินไป อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และบีบให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม
Pablo Hernandez de Cos ผู้จัดการทั่วไปของ BIS ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ Nikkei ของญี่ปุ่นว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อยังอาจกลายเป็นความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเงินโลก โดยเฉพาะในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ที่หนี้สาธารณะทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างมาก และถูกถือครองมากขึ้นโดยสถาบันการเงินนอกภาคธนาคาร เช่น กองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่มีการใช้เลเวอเรจสูง
เขาระบุว่า ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินทั่วโลกมีบรรยากาศเชิงบวก จากความหวังเกี่ยวกับพัฒนาการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความคาดหวังว่าสงครามในตะวันออกกลางจะยุติลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า หากความคาดหวังเหล่านี้ไม่เป็นจริง ตลาดอาจเผชิญกับการปรับฐานอย่างรุนแรงได้ง่าย
สงครามในตะวันออกกลางได้เพิ่มความผันผวนในตลาดโลก และทำให้หลายประเทศ รวมถึงญี่ปุ่น ต้องเร่งใช้งบประมาณเพิ่มเติมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
แต่ในอีกด้านหนึ่ง วิกฤตราคาพลังงานยังเพิ่มแรงกดดันให้ธนาคารกลางหลายแห่งอาจต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ แม้จะต้องแลกกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจก็ตาม
ผู้จัดการทั่วไปของ BIS กล่าวว่า ธนาคารกลางสามารถมองข้ามผลกระทบจากภาวะช็อกด้านอุปทานชั่วคราวได้ หากไม่ทำให้ความคาดหวังเงินเฟ้อหลุดกรอบ หรือไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องในระบบเศรษฐกิจ แต่หากแรงกระแทกดังกล่าวยืดเยื้อ แนวทางการมองข้ามชั่วคราวก็จะยิ่งทำได้ยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อโลกยังมีบทเรียนจากภาวะเงินเฟ้อพุ่งสูงหลังโควิด-19 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ
“ธนาคารกลางต้องติดตามพัฒนาการเหล่านี้อย่างใกล้ชิด และพร้อมดำเนินการหากจำเป็น” เขากล่าว
พร้อมกันนี้ ผู้จัดการทั่วไปของ BIS ยังย้ำว่า มาตรการการคลังควรมีลักษณะเฉพาะจุดและชั่วคราว เพราะหากขยายวงกว้างและยืดเยื้อเกินไป จะเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้ออย่างมาก และอาจบีบให้ธนาคารกลางต้องขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งจะยิ่งกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการทั่วไปของ BIS ปฏิเสธให้ความเห็นต่อรายงานข่าวที่ระบุว่า เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่อาจได้รับการพิจารณาให้สืบตำแหน่งประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) ต่อจาก Christine Lagarde ในอนาคต
อ้างอิง : www.reuters.com
ที่มา : การเงินธนาคาร








