สิ่งที่ควรรู้จากการประชุมเฟดครั้งนี้
ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 28-29 เม.ย. 2569 มีมติ 8 ต่อ 4 ตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 3.50%–3.75% เป็นการตรึงอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ของปีนี้ เป็นไปตามที่ตลาดคาดไว้ แต่การตัดสินใจครั้งนี้มีความเห็นแตกแยกมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1992 โดยมีเจ้าหน้าที่เฟด 8 คนลงมติให้คงอัตราดอกเบี้ย และมี 4 คนที่คัดค้าน ซึ่ง 3 คนไม่เห็นด้วยกับการที่เฟดเอนเอียงไปทางผ่อนคลายนโยบายดอกเบี้ยในแถลงการณ์ของเฟด และอีก 1 คนคือสตีเฟน มิแรน โหวตให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย
เจอโรม พาวเวล ประธานเฟด แถลงว่า ความเป็นอิสระของเฟดกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง ท่ามกลางการจู่โจมทางกฎหมาย หลังจากวาระประธานเฟดสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. จะยังคงดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการเฟดต่อไปในฐานะผู้ว่าการเฟด เนื่องจากการดำเนินการทางกฎหมายที่เกิดขึ้นกับเขา
เควิน วอร์ช ว่าที่ประธานเฟดได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการการธนาคารแห่งวุฒิสภาเมื่อช่วงเช้าวันพุธ เข้าสู่กระบวนการลงคะแนนรับรองขั้นสุดท้ายในวุฒิสภาต่อไป
แนวโน้มราคาทอง
แนวโน้มราคาทองคำระยะสั้นเป็นขาลง เนื่องจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านยังไม่มีวี่แววจะเกิดขึ้นในเร็ววันนี้ เพื่อยุติสงครามอิหร่านที่ย่างเข้าเดือนที่ 3 ขณะที่อิหร่านสั่งระงับการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าเดือนมิ.ย.ปรับขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่ 8 ปิดเพิ่มขึ้น 6.1% อยู่ที่ 118 ดอลลาร์ และแตะระดับ 120 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2022 กังวลเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น เฟดตรึงดอกเบี้ยสูง ยาวนานขึ้น ล่าสุดเทรดเดอร์คาดเฟดจะไม่ลดดอกเบี้ยในปีนี้ และอาจจะขึ้นดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า
ระยะสั้นทองคำมีแนวรับที่ 4,500 ดอลลาร์ แต่ถ้าหลุดแนวรับดังกล่าวจะมีแนวรับสำคัญที่ 4,300 ดอลลาร์ที่เป็น SMA 200 วัน ขณะที่มีแนวต้านที่ 4,600 ดอลลาร์ และ 4,650 ดอลลาร์ ทองไทยมีแนวรับที่ 70,000 บาท และแนวรับสำคัญ 68,000 บาท ส่วนแนวต้านที่ 71,000 บาท และ 71,500 บาท แนะนำแบ่งเงินลงทุนทยอยซื้อบางส่วนที่ 70,000 บาท








